วิธีขาย บ้านพร้อมที่ดิน ไม่ต้องเสียภาษี

โดยทั่วไปการขายอสังหาริมทรัพย์ไม่ว่าจะเป็น ที่ดิน บ้าน บ้านพร้อมที่ดิน ทาวน์เฮ้าส์ อาคารชุด ที่ผู้ขายไม่มีอาชีพในการจัดสรรที่ดินหรือบ้านพร้อมที่ดิน หรือสร้างอาคารเพื่อขาย ผู้ขายต้องเสียภาษีอากรประเภทต่าง ๆ ดังนี้ ครับ 
1.ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ทั้งนี้ ไม่ว่าจะได้อสังหาริมทรัพย์นั้นมา โดยทางมรดกหรือจากให้โดยเส่หา หรือซื้อ หรือสร้าง หรือทางอื่น ๆ
 2.ภาษีธุรกิจเฉพาะ หรืออากรแสตมป์ อย่างใดอย่างหนึ่ง กล่าวคือ ถ้าต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะก็ไม่ต้องเสียอากรแสตมป์ แต่ถ้าไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะก็ต้องเสียภาษีอากรแสตมป์ โดยเสียจากราคาขายจริงหรือราคาประเมินทุนทรัพย์เพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมตามกฎหมายที่ดิน แล้วแต่อย่างใดจะสูงกว่า สำหรับภาษีธุรกิจเฉพาะ นั้น โดยปกติให้เสียในอัตรา 3.3% ของราคาขายจริงหรือราคาประเมินฯ แล้วแต่อย่างใดจะสูงกว่า ยกเว้นในบางช่วงเวลาที่รัฐบาลอาจมีการประกาศลดอัตราภาษีธุรกิจเฉพาะลง เช่นลดลงเหลือ 0.11% ทำให้อัตราภาษีธุรกิจเฉพาะต่ำกว่าอัตราอากรแสตมป์ ซึ่งกำหนดให้เสียเป็นตัวเงิน สำหรับใบรับค่าอสังหาริมทรัพย์ ในขณะที่มีการจดทะเบียนสิทธิ และนิติกรรมในอัตรา 200 และ 1 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 50 สตางค์ของราคาดังกล่าว
 3.ค่าธรรมเนียมโอน ตามกฎหมายที่ดิน ในอัตรา 2% ของราคาประเมินทุนทรัพย์เพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมตามกฎหมายที่ดิน ยกเว้นในบางช่วงเวลาที่รัฐบาลอาจมีการประกาศลด อัตราค่าธรรมเนียมโอนฯ สำหรับบ้านจัดสรรหรือที่ดินจัดสรรลง ดังนั้น ในการขายที่ดิน บ้าน หรือบ้านพร้อมที่ดิน ทาวน์เฮ้าส์ ตึกแถว โดยทั่วไปแล้วต้องเสียภาษีเสมอ ไม่ว่าจะเป็นภาษีเงินได้ ภาษีธุรกิจเฉพาะ หรืออากรแสตมป์ อย่างใดอย่างหนึ่ง และค่าธรรมเนียมโอนตามกฎหมายที่ดิน อย่างไรก็ตาม
การขายอสังหาริมทรัพย์ในกรณีดังต่อไปนี้ ผู้ขายไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ แต่ต้องเสียอากรแสตมป์
1. การขายอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่เข้าลักษณะการจัดสรร หรืออาคารชุด หรือสร้างอาคารเพื่อขาย ที่ได้ขายไปภายใน 5 ปี นับแต่วันที่ได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์นั้น ซึ่งหากที่ดินและอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างที่ได้ขายไปนั้น ได้มาไม่พร้อมกัน การนับกำหนดเวลา 5 ปี ให้ถือตามระยะเวลาการได้มาซึ่งที่ดิน หรืออาคารหรือสิ่งปลูกสร้างที่ได้มาภายหลัง
 2.การขายเนื่องจากถูกเวนคืน ตามกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ 
3.การขายอสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาโดยทางมรดก
 4.การขายอสังหาริมทรัพย์ที่ใช้เป็นสถานที่อยู่อาศัยอันเป็นแหล่งสำคัญ ที่ผู้ขายมีชื่ออยู่ใน ทะเบียนบ้านตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร และได้อาศัยเป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี นับแต่วันที่ได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์นั้น 
5.การโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์ โดยไม่มีค่าตอบแทนให้แก่บุตรชอบด้วยกฎหมายของตน แต่ไม่รวมถึงบุตรบุญธรรม 
6.การโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์ทางมรดกให้แก่ทายาทโดยธรรมหรือผู้รับพินัยกรรมซึ่งเป็นทายายโดยธรรม
 7.การโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์ให้แก่ส่วนราชการ หรือองค์การของรัฐบาลโดยไม่มีค่าตอบแทน
 8.การแลกเปลี่ยนกรรมสิทธ์ หรือสิทธิครอบครอง ในอสังหาริมทรัพย์ กับส่วนราชการ หรือองค์การของรัฐบาล เฉพาะในส่วนที่ราชการ หรือองค์การของรัฐบาลนั้นมิได้มีการจ่ายค่าตอบแทนเป็นอย่างอื่น นอกจากอสังหาริมทรัพย์ที่แลกเปลี่ยนนั้น
ที่มา ttp://www.proproperty4u.com

วิธีตรวจสอบเครดิตบูโร


 ตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต พ.ศ. 2545 มาตรา 25 เพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองให้ความเป็นธรรมแก่เจ้าของข้อมูลให้เจ้าของข้อมูล มีสิทธิที่จะตรวจสอบข้อมูลของตน โดยบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด มีความยินดีที่ให้ท่านตรวจสอบข้อมูล ดังนี้
ี้ณ ที่ทำการบริษัท  (ศูนย์บริการตรวจสอบเครดิตบูโร) มีขั้นตอนดังนี้

1. เจ้าของข้อมูลมาติดต่อด้วยตนเอง แสดงเอกสารหลักฐาน ดังนี้ 
       กรณีบุคคลธรรมดา
       • บัตรประจำตัวประชาชน หรือหนังสือเดินทาง หรือบัตรประจำตัวบุคคลต่างด้าวตัวจริงนำมาแสดง

       กรณีนิติบุคคล
       • สำเนาหนังสือรับรองของนิติบุคคล ที่รับรองไว้ไม่เกิน 3 เดือน และลงนามรับรองความถูกต้องโดยกรรมดารผู้มีอำนาจ
       • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของกรรมการผู้มีอำนาจ และลงนามรับรองความถูกต้อง พร้อมตัวจริงนำมาแสดง  
       • ตราประทับของนิติบุคคล (ถ้ามี) เพื่อใช้ประกอบการยื่นขอคำขอตรวจสอบข้อมูลเครดิต
2. เจ้าของข้อมูลมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการแทน แสดงเอกสารหลักฐาน ดังนี้ 
       กรณีบุคคลธรรมดา
       • หนังสือมอบอำนาจบุคคลธรรมดา กรอกรายละเอียดและลงนามให้สมบูรณ์ครบถ้วน
       • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจ และลงนามรับรองความถูกต้อง พร้อมตัวจริงมาแสดง
       • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ และลงนามรับรองความถูกต้อง พร้อมตัวจริงมาแสดง

       กรณีนิติบุคคล
       • หนังสือมอบอำนาจนิติบุคคล กรอกรายละเอียดและลงนามให้สมบูรณ์ครบถ้วน
       • สำเนาหนังสือรับรองของนิติบุคคล ที่รับรองไว้ไม้เกิน 3 เดือน และลงนามรับรองความถูกต้องโดยกรรมการผู้มีอำนาจประทับตราของนิติบุคคล (ถ้ามี)
       • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม และลงนามรับรองความถูกต้องพร้อมตัวจริงนำมาแสดง
       • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของผู้รับมอบอำนาจ และลงนามรับรองความถูกต้อง พร้อมตัวจริงนำมาแสดง
* ยื่นเอกสารในข้อ 1 และชำระค่าธรรมเนียมในการตรวจสอบข้อมูลเครติดต่อเจ้าหน้าที่ของบริษัท
* เจ้าของข้อมูลสามารถขอรับรายงานภายในวันยื่นคำขอ หรือยื่นความจำนงให้จัดส่งรายงานทางไปรษณีย์ลงทะเบียน (กรณีให้จัดส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน ฉบับละ 20 บาท)
สถานที่ตรวจสอบข้อมูลเครดิต ศูนย์บริการตรวจสอบบูโร 2 แห่ง ดังนี้
   
    

        
ส่วนบริหารเจ้าของข้อมูล บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด 
อาคาร 2 ชั้น 2  ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (สำนักงานใหญ่)
เลขที่ 63 ถนนพระราม 9 แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10320
โทรศัพท์ : (66) 02-643-1250
โทรสาร:   (66) 02-612-5895
เวลาทำการ วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 09.00 น. - 16.30 น.
แผนที่ -->


สถานีรถไฟฟ้า ฺBTS ศาลาแดง (ด้านในสถานี)
เวลาทำการ วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 09.00 น. - 18.00 น.
(*ตรวจสอบเครดิตบูโรเฉพาะบุคคลธรรมดาเท่านั้น)


ที่มา http://www.ncb.co.th/salfenquiry.htm

ฮวงจุ้ย (กับการปลุกต้นไม้ประจำปีเกิด)


ต้นไม้ประจำปีเกิด

เกิดปีชวด
      มิ่งขวัญเสริมดวงอยู่ที่ต้นกล้วยและต้นมะพร้าว ถือเป็นต้นไม้มงคลประจำปีเกิด
เกิดปีฉลู
      มิ่งขวัญอยู่ที่ต้นตาล ช่วยส่งเสริมให้ดีขึ้น ถือเป็นไม้มงคลประจำปีเกิด
เกิดปีขาล
      มิ่งขวัญอยู่ที่ต้นขนุนและต้นรัง ถือเป็นไม้มงคลประจำปีเกิด
เกิดปีเถาะ 
      มิ่งขวัญอยู่ที่ต้นมะพร้าวและต้นงิ้ว ถือเป็นต้นไม้มงคลประจำปีเกิด
เกิดปีมะโรง 
      มิ่งขวัญอยู่ที่ต้นไผ่ ต้นกัลปพฤกษ์ และต้นงิ้ว ถือเป็นไม้มงคลประจำปีเกิด
เกิดปีมะเส็ง
      มิ่งขวัญอยู่ที่ต้นไผ่และต้นรัง ถือเป็นไม้มงคลประจำปีเกิด
เกิดปี มะเมีย
      มิ่งขวัญอยู่ที่ต้นต้นกล้วยและต้นตะเคียน ถือเป็นไม้มงคลประจำปีเกิด
เกิดปีมะแม
     มิ่งขวัญอยู่ที่ต้นไผ่ ต้นปาริชาติ และต้นทองหลาง ถือเป็นไม้มงคลประจำปีเกิด
เกิดปีวอก
     มิ่งขวัญอยู่ที่ต้นไผ่ ต้นยาง และต้นฝ้าย ถือเป็นไม้มงคลประจำปีเกิด
เกิดปีระกา
     มิ่งขวัญอยู่ที่ต้นไผ่ ต้นยาง และต้นฝ้าย ถือเป็นไม้มงคลประจำปีเกิด
เกิดปีจอ
     มิ่งขวัญอยู่ที่ต้นบัวบก และต้นสำโรง ถือเป็นต้นไม้มงคลประจำปีเกิด
เกิดปีกุน
     มิ่งขวัญอยู่ที่กอบัวหลวง และต้นบัวบก ถือเป็นต้นไม้มงคลประจำปีเกิด

ที่มา : http://www.tumsrivichai.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538709999&Ntype=47

ฮวงจุ้ยดีดีการเลือกสีบ้านมีผลให้รวยและอายุยืน

ก่อนอื่น เรามาเริ่มที่การเลือกสีสำหรับใช้ในทาผนังบ้านกันดีกว่า ตามหลักจิตวิทยาและทฤษฎีสีกล่าวว่าสีมีอิทธิพลต่ออารมณ์และความรู้สึกของคนเรา เนื่องจากสีมีผลทำให้ผนังของห้องเย็นลงหรืออบอุ่นขึ้นได้  
ซึ่งตามหลักฮวงจุ้ย การเลือกใช้โทนสีให้ถูกต้อง ควรจะคำนึงถึงธาตุหรือวันเกิดของเจ้าของบ้านด้วย อย่างเช่นหากคุณเป็นคนธาตุน้ำ ควรเลือกใช้สีอ่อนในการทาผนังห้อง หรืออาจอ้างอิงจากฤดูกาลที่เกิดก็ได้ เช่น หากคุณเกิดในฤดูหนาว ควรเลือกใช้สีสว่างๆ อย่างสีชมพู หรือสีเขียวจัด กับห้องนอนของตน ในขณะที่คนเกิดในฤดูร้อน สีฟ้าอ่อนหรือสีตองอ่อน ดูจะเหมาะสมกว่า
 นอกจากนี้ สีต่างๆ ก็จะให้ความหมายที่เป็นมงคลแตกต่างกันออกไป เช่น
 - สีแดง คือสีอันเป็นมงคลในหมู่ชาวจีน และหมายถึงความร่าเริงในทางสากล
 - สีม่วง คือสีที่แสดงความรู้สึกเคารพนอบน้อม
 - สีเหลือง คือสีของดวงตะวัน หมายถึงความรุ่งเรืองและอายุยืน
 - สีเขียว คือสีของอารมณ์ริษยา และสีแห่งความสงบ-สดชื่น
 - สีขาว คือสีแห่งความหดหู่ในหมู่ชาวจีน แต่หมายถึงความบริสุทธิ์ในทางสากล
 :: ข้อควรระวังในการเลือกใช้สี ::
 คุณไม่ควรจะเลือกใช้สีใดสีหนึ่งล้วนๆ โดยไม่มีสีอื่นแทรกเลยแม้แต่น้อย อย่างเช่น คุณชอบสีขาว จึงทาผนังห้องทุกห้องเป็นสีขาว รวมทั้งใช้ผ้าม่านและเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ในโทนสีขาวหมด
 การรตกแต่งแบบนี้อาจส่งผลในภายหลังให้คุณรู้สึกอ่อนเพลียและหมดความกระชุ่มกระชวยลง ทางที่ดีควรจะเบรกการใช้สีใดสีหนึ่งล้วนๆ ด้วยการเพิ่มสีสันอื่นๆ ลงไปบ้าง ทั้งนี้เพื่อสร้างความสดใจและส่งผลดีต่อจิตใจของผู้อยู่อาศัยนั่นเอง
 ข้อมูลโดย Homepro

ฮวงจุ้ยดีดี เลือกทิศบ้าน


การเลือกทิศบ้านถือเป็นสิ่งสำคัญในทางฮวงจุ้ย เพราะประตูบ้านเป็นช่องเปิดที่มีขนาดที่ใหญ่ที่สุดของบ้าน ซึ่งเป็นจุดที่กระแสอากาศภายนอกจะมาเกิดปฏิสัมพันธ์กับอากาศภายในบ้านได้มากที่สุด หากเราเลือกบ้านที่หันไปในทิศทางใดก็จะเท่ากับเราเลือกที่จะรับพลังงานในรูปแบบนั้นๆ ยิ่งถ้าเราเลือกรับพลังงานในทิศที่เป็นมงคลแล้ว ก็ยิ่งเป็นการเสริมโชคลาภให้กับเจ้าของบ้านด้วยนั่นเอง ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับทิศในศาสตร์ฮวงจุ้ยกันก่อนดีกว่า ซึ่งมีทั้งหมด 8 ทิศด้วยกัน ได้แก่ เหนือ ใต้ ตะวันออก ตะวันตก ตะวันออกเฉียงเหนือ ตะวันออกเฉียงใต้ ตะวันตกเฉียงเหนือ และตะวันตกเฉียงใต้ โดยทิศต่างๆ นั้นจะประจุพลังงานในรูปแบบที่แตกต่างกันไป ซึ่งทิศที่ต่างกันนั้นก็จะมีรูปแบบทางพลังงานที่ต่างกันด้วย
 1. บ้านที่หันหน้าทางทิศใต้ โดยเฉพาะหากเป็นประเทศที่อยู่เหนือเส้นศูนย์สูตรแล้ว โดยส่วนใหญ่พระอาทิตย์จะโคจรแบบอ้อมทางทิศใต้ ภาพรวมของทิศใต้นั้นจะเป็ศทิศทางที่ร้อนตลอดทั้งปี ในศาสตร์ฮวงจุ้ยนั้นจึงถือว่าเป็นทิศทางที่มีพลังงานของ “ธาตุไฟ”
 2. บ้านที่หันหน้าทางทิศเหนือ ในทางกลับกันกับทิศใต้ ทิศเหนือเป็นทิศที่พระอาทิตย์แทบจะไม่โคจรอ้อม โดยเฉพาะประเทศที่อยู่เหนือเส้นศูนย์สูตร บ้านที่หันหน้าไปทางทิศเหนือแทบจะไม่โดนแดดเลยตลอดทั้งปี ถือว่าเป็นทิศทางที่มีพลังงานของ “ธาตุน้ำ”
 3. บ้านที่หันหน้าทางทิศตะวันออกจะพบกันแสงแดดของพระอาทิตย์ในตอนเช้า ซึ่งจะเป็นช่วงเดียวกับการที่ต้นไม้เริ่มผลิใบ เพื่อรับแสงแดดมาทำการสังเคราะห์แสง ถือว่าทิศนี้เป็นทิศสะสมพลังงานของ “ธาตุไม้”
 4. บ้านที่หันหน้าไปทางทิศตะวันตก จะพบกับแสงแดดของพระอาทิตย์ในตอนบ่าย ถือว่าเป็นช่วงที่อากาศนั้นเริ่มจะเย็นแล้ว ถือว่าทิศตะวันตกนี้รับพลังงานของ “ธาตุทอง”
 5. ส่วนอีก 4 ทิศที่เหลือคือทิศที่เป็นทิศเฉียง จะมีวิธีคิดจะมีความซับซ้อนกว่า หากจำเป็นต้องเลือกบ้านในกลุ่มนี้ ควรได้รับการประเมินจากซินแสที่มีประสบการณ์
 6. การเลือกทิศบ้านที่ดีที่สุดนั้น ควรปรับให้กับดวงชะตาของเจ้าของบ้านจะดีมาก ตัวอย่างเช่นหากเจ้าของบ้านเป็นคนธาตุน้ำ แม้ว่าไฟจะถือว่าเป็นธาตุโชคลาภของคนธาตุน้ำ แต่น้ำน้อยไม่อาจดับไฟ กลับจะทำให้ไฟมีแต่คุกรุ่นขึ้นหรือเรียกว่าเป็นดวงที่อาจจะเสียหายเรื่องโชคลาภเงินทองนั่นเอง การเลือกทิศบ้านนั้น หากเลือกบ้านที่หันไปทางทิศเหนือ ก็จะได้บ้านที่ประจุพลังงานของธาตุน้ำเข้าไป จะส่งผลให้ดวงชะตาของผู้ที่อยู่อาศัยดีขึ้นและสามารถจัดการกับอุปสรรคต่างๆ เพื่อให้ได้โชคลาภที่เพิ่มพูนมากขึ้นได้
 7. ถ้าพิจารณาตามหลักทิศทางธรรมชาติ ทิศที่ถือว่าดีและเป็นที่นิยมในการเลือกซื้อบ้านมากที่สุด มีอยู่ 2 ทิศด้วยกัน คือ บ้านที่หันหน้าไปทางทิศใต้ และบ้านที่หันหน้าไปทางทิศตะวันออก เนื่องจากบ้านที่หันทิศใต้ จะได้รับผลดีจากกระแสลมที่พัดเข้าบ้าน ซึ่งบ้านที่มีอากาศไหลเวียนดี ย่อมนำมาซึ่งสุขภาพที่ดีด้วย นอกจากนี้ ในทางฮวงจุ้ย ยังถือเป็นทิศทางของทรัพย์หรือโชคลาภ ส่วนบ้านที่หันไปทางทิศตะวันออก จะได้รับประโยชน์ในเรื่องของแสงแดด ตอนเช้าแสงส่องหน้าบ้านถือเป็นแดดดีไม่ร้อนเกินไป ส่วนตอนบ่าย หน้าบ้านจะร่ม สามารถทำกิจกรรมด้านหน้าตัวบ้านได้
 8. ในทางฮวงจุ้ย ทิศหลังบ้านถือเป็นทิศที่หนุนและส่งเสริมเจ้าของบ้านด้วยเช่นกัน หากหลังแน่นมั่นคงเสียอย่าง ก็ไม่มีทางที่จะล้มง่ายๆ ซึ่งทิศหลังบ้านที่เป็นมงคลสำหรับคนธาตุต่างๆ มีดังนี้ ธาตุน้ำ (ปีชวดและกุน) คือทิศตะวันตก, ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ และทิศเหนือ, ธาตุไม้ (ปีชวดและเถาะ) ทิศมงคลคือทิศเหนือ, ทิศตะวันออก และทิศตะวันออกเฉียงใต้, ธาตุไฟ (ปีมะเส็งและมะเมีย) ทิศมงคลคือทิศตะวันออก, ทิศตะวันออกเฉียงใต้ และทิศใต้, ธาตุทอง (ปีวอกและปีระกา) ทิศมงคลคือทิศตะวันออกเฉียงเหนือ, ทิศตะวันตกเฉียงใต้, ทิศตะวันตก และทิศตะวันตกเฉียงเหนือ สุดท้ายคนธาตุดิน (ปีฉลู, มะโรง, มะแมและจอ) ทิศมงคลคือทิศใต้, ทิศตะวันออกเฉียงแหนือ และทิศตะวันตกเฉียงใต้
 ข้อมูลโดย Homepro

หลักการเลือกซื้อเหล็กเส้น เหล็กเต็มที่ได้มาตรฐานเพื่อความปลอดภัย


หากจะพูดถึงเรื่อง “เหล็ก” ที่ใช้ในงานก่อสร้าง หลายคนอาจรู้จักแค่เพียง เหล็กเส้นกลม เหล็กข้ออ้อย เหล็กฉาก แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าเหล็กทั้งหลายยังมีการแบ่งเป็น “เหล็กเต็ม” กับ “เหล็กเบา” อีกด้วย

เหล็กเต็ม หรือ เหล็กโรงใหญ่ หมายถึงเหล็กที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง และน้ำหนักของเหล็กได้มาตรฐาน มอก. แต่ เหล็กเบา หรือ เหล็กโรงเล็ก เป็นเหล็กที่ผลิตให้มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางและน้ำหนักต่ำกว่ามาตรฐาน มอก. มักเป็นเหล็กรีดซ้ำ (นำเศษเหล็กที่ใช้งานแล้ว หรือเศษเหล็กเสียสภาพมารีดใหม่อีกครั้ง)

ในตลาดเหล็กทั่วประเทศ เหล็กเบาจะมีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ประมาณ 10-15% และจะมีราคาต่ำกว่าเหล็กเต็มประมาณ 40สตางค์ – 1 บาทต่อ 1 กิโลกรัม
การเลือกซื้อเหล็กเบา มาใช้ในงานก่อสร้าง แม้จะทำให้ประหยัดค่าใช้จ่าย เพราะมีราคาที่ถูกกว่าเหล็กเต็ม แต่ก็อาจก่อให้เกิดอันตราย เพราะขนาด ความยาว และน้ำหนักที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจไม่สามารถรับน้ำหนักตามที่แบบกำหนดไว้ได้

ลาภทวี เสนะวงษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทาทา สตีล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “งานก่อสร้างโครงสร้างขนาดใหญ่ อาทิ งานคอนโดมิเนียม งานก่อสร้างรถไฟฟ้า โอกาสเจอเหล็กเบาน้อยมาก แต่งานก่อสร้างโครงสร้างเล็ก ๆ เช่น งานโรงจอดรถ หรืองานต่อเติมบ้าน  ระบบควบคุมไม่ดี มีโอกาสเจอเหล็กเบาสูงมาก เจ้าของบ้านเองมักไม่รู้ และไม่เข้าใจ ส่วนใหญ่มักยกหน้าที่เลือกซื้อเหล็กให้กับผู้รับเหมา ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของผู้ผลิตที่ต้องมีความรับผิดชอบ ผลิตเหล็กตามมาตรฐาน”

วิธีการตรวจสอบ “เหล็กเต็ม” สามารถทำได้โดย การนำเหล็กที่มีความยาว 1 เมตรมาชั่ง แล้วนำน้ำหนักที่ได้ไปเปรียบเทียบกับน้ำหนักต่ำสุดที่ยอมรับได้ตามมาตรฐาน บังคับ มอก. ถ้ามีน้ำหนักน้อยกว่าแสดงว่าเป็นเหล็กเบา ซึ่งไม่ควรนำมาใช้ก่อสร้าง

ถ้าไม่มีเครื่องมือตรวจวัด ชั่งน้ำหนัก การตรวจสอบที่ง่ายที่สุดคือการตรวจดูเส้นผ่าศูนย์กลาง เพราะเหล็กเบามักถูกรีดให้มีขนาดเล็กกว่ามาตรฐาน อย่างไรก็ตามเหล็กเต็มกับเหล็กเบาก็มักมีขนาดไม่ต่างกันมากนัก มองด้วยตาเปล่าอาจลำบาก

“ผู้บริโภคต้องยืนยันในหลักการที่จะใช้เหล็กเต็มที่ได้มาตรฐาน เพราะเหล็กเป็นโครงสร้างสำคัญของบ้าน  เจ้าของบ้านต้องบังคับให้ผู้รับเหมารู้ว่าเราใส่ใจเรื่องนี้ ผู้ผลิตเองก็ต้องแสดงความรับผิดชอบ อย่างทาทาสตีลเองก็จะตีตราทาทาทิสคอนลงบนเหล็กทุกเส้น เพื่อแสดงให้ผู้บริโภคเห็นว่าใครเป็นผู้ผลิต” ลาภทวี เสนะวงษ์ กล่าวสรุป
สำหรับลักษณะเหล็กเต็มที่ดี มีคุณภาพ ทาทาสตีลแนะนำให้พิจารณาจากคุณสมบัติ 5 ประการ 1. ต้องมียี่ห้อ ขนาดระบุบนเหล็กเส้น 2. ผิวเหล็กกลมต้องเรียบเกลี้ยงไม่เบี้ยว ไม่มีรอยปริแตก ส่วนเหล็กข้ออ้อยต้องมีบั้งระยะเท่ากัน สม่ำเสมอตลอดเส้น 3. เส้นผ่าศูนย์กลางและน้ำหนักต้องถูกต้องตามมาตรฐาน 4. เมื่อดัดโค้ง งอ ต้องไม่ปริแตก หัก ง่าย 5. เหล็กต้องไม่เป็นสนิมขุมกินเข้าไปใน     เนื้อเหล็ก.

article@dailynews.co.th

home page: http://baanthaidd.blogspot.com/
Tags:เรารับออกแบบบ,ออกแบบบ้าน, แบบบ้านชั้นเดียว, แบบแปลนบ้าน, บ้านออกแบบ, บ้าน แปลน, ฟรีแบบบ้าน, แบบบ้านสวย, แบบบ้านสองชั้น, บ้านราคา,เรารับออกแบบบ้าน, ขายแบบบ้าน, แบบต่างๆ สไตล์ต่างๆ หลากหลายแบบ, แบบบ้านสำเร็จ, แบบบ้านสวย, แบบบ้าน 2 ชั้น, แปลนบ้านชั้นเดียว, แบบบ้านชั้นเดียว, แบบบ้านไม้, แบบบ้านทรงไทย, แบบบ้านชั้นครึ่ง, แบบบ้านรีสอร์ท, บ้านและสวน, แบบบ้านฟรี, แบบบ้านราคาประหยัด, แบบบ้านราคาถูก, แบบบ้านประหยัดพลังงาน, แบบบ้านเรือนไทย, แบบบ้าน,แบบบ้านไม้ชั้นเดียว, แบบบ้าน2ชั้น, ออกแบบตกแต่งภายใน, อาคารพานิชย์, หรืออาคารต่างๆ,รับสร้างบ้าน, ตกแต่งภายใน, รับเหมาต่อเติม,ออกแบบโรงงาน,รื้อ บ้าน

อาคารสำเร็จรูป ทางเลือกที่ดีอีกทางหนึ่ง

ส่วนประกอบของระบบสำเร็จรูป


     ในหลายรูปแบบของระบบสำเร็จดังที่กล่าวมาข้างต้นสามารถแยกส่วนประกอบต่างๆ ได้ดังนี้
     คาน และตง
     คานและตงคอนกรีตสำเร็จรูปมีหลากหลายรูปแบบ ที่เป็นรู้จักกันดีได้แก่ คานรูปสี่เหลี่ยม รูปตัว
T รูปตัว L หรือ รูปตัว I เป็นต้น ความลึกของคานและตงขึ้นอยู่กับระยะห่างของช่วงเสา น้ำหนักที่จะ
รองรับ ชนิดของคอนกรีต และความต้องการของสถาปนิกและงานระบบในอาคาร ระยะความลึกของคาน
คอนกรีตสำเร็จรูปจะอยู่ที่ประมาณ 1:10 ถึง 1:20 ของระยะพาด คานสำเร็จรูปที่มีระยะพาดมากกว่า
5-6 เมตร ควรจะใช้ระบบ Pre-stressed เข้ามาช่วย ให้ความลึกคานไม่มากเกินไป
     เสา
     อาจจะสูงมากกว่าหนึ่งชั้น และมีส่วนยื่นหรือส่วนรองรับคานในแต่ละระยะชั้น นิยมทำเป็นรูปสี่
เหลี่ยมจตุรัสหรือ สี่เหลี่ยมผืนผ้า อาจจะมีรูปตัว I บ้าง ระบบเสาสำเร็จรูปจะต้องคำนึงถึงการต่อระหว่าง
เสากับฐานราก และเสากับคานหรือตงของอาคาร อาจจะเป็นระบบใช้น็อต หรือการฝังเหล็กไว้ในเสาเพื่อ
การเชื่อมติดกับส่วนประกอบอื่น การซ่อนส่วนเชื่อมต่ออาจจะมีความต้องการเพื่อความงามทางสถาปัตย
กรรม การยื่นต่อเพื่อรับคานอาจจะเป็นส่วนตกแต่งให้สวยงามได้
     พื้น
     พื้นสำเร็จอาจจะวางอยู่บนผนังรับน้ำหนักหรือคานหรือเสา อาจจะทิ้งสำเร็จเลยหรือเททับด้วยคอน
กรีตอีกทีก็ได้ พื้นสำเร็จมีหลายรูปแบบเช่น พื้นเรียบ พื้นรูปตัว T รูปตัว U คว่ำ เป็นต้น พื้นสำเร็จสามารถ
แยกออกเป็นพื้นตัน (Solid Flat-Slab) และ พื้นโปร่ง (Hollow-Core)
     Hollow Core เป็นพื้นคอนกรีตสำเร็จรูปที่เว้นช่องไว้ส่วนกลางทั้งความยาวของพื้น สามารถ
วางบนช่วงพาดที่ยาวได้ถึง 15 เมตร ซึ่งหากใช้พื้นสำเร็จธรรมดาอาจจะต้องมีความหนามากกว่านี้หรือ
จะต้องมีคานเสริมและมีน้ำหนักมากกว่า น้ำหนักของพื้นหากใช้ Hollow Care จะลดลงประมาณ 65%
เมื่อเทียบกับพื้นตันคอนกรีต ในขณะเดียวกับช่องว่างภายในพื้นก็สามารถที่จะใช้เป็นที่เก็บท่อสายไฟ
และท่อของงานระบบอื่นๆ ได้ พื้นสำเร็จ Hollow Core มักจะมีความกว้าง 1.2 ม. ในหลายๆ
ประเทศมีความกว้างแตกต่างกันไป ตั้งแต่ 0.60,0.90, 2.40 และ 2.70 ม. และมักจะเป็น
Pre-stressed Slab ความหนาของพื้นอยู่ที่ประมาณ 1:30-1:40 ของระยะพาด
     พื้นสำเร็จจะทำให้ระยะพื้นอาคารบางลงและสามารถทิ้งเป็นผิวได้โดยไม่ต้องฉาบทับ
     ผนัง
     ผนังสำเร็จรูปมีหน้าที่เหมือนผนังอาคารทั่วไป คือ เป็นตัวกั้นสเปซ เป็นฉนวนกันความร้อน กัน
เสียง เป็นหน้าตาของผนังภายนอกอาคาร เป็นโครงสร้างรับน้ำหนักพื้น เป็นที่ใส่ หน้าต่าง ประตู สายไฟ
ท่อต่างๆดังนั้นผนังสำเร็จรูปจึงต้องใส่องค์ประกอบเหล่านั้นพร้อมจากโรงงานเลยก่อนการนำมาติดตั้ง
จึงประกอบด้วย ผิวประดับภายนอก ฉนวน อาจจะมีเฟรมหน้าต่างหรือกระจกพร้อม ท่อร้อยสายไป หรือ
อื่นๆ โดยทั่วไปหากคิดเฉพาะผนังซึ่งใช้รับน้ำหนักอย่างเดียวอาจจะใช้ความหนาที่ 12 ซม. หากไม่
รับน้ำหนักลดเหลือ 8 ซม. ได้ ส่วนที่เพิ่มขึ้นคือ ฉนวน พื้นตกแต่งภายนอก และช่องท่อต่างๆ เป็นต้น
รวมแล้วจะอยู่ระหว่าง 20-28 ซม.ขึ้นอยู่กับความหนาของชั้นฉนวน ความสูงของผนังชั้นเดียวอยู่ระ
หว่าง 2.70-3.50 ม. ในขณะที่ผนังสองชั้นอยู่ที่ 5.40-7.00 ม. ทั้งนี้ต้องไม่ลืมคำนึงถึงกฎ
หมายจราจรสำหรับการขนส่ง สำหรับความยาวมีตั้งแต่ 3-4 เมตรสำหรับห้องเดียวหรือ 6-7 เมตรสำ
หรับความยาวผนังสองห้อง น้ำหนักที่เหมาะสมในการยกขึ้นติดตั้งอยู่ที่ 4-7 ตัน แต่บางที่ก็ใช้ถึง
8-10 ตัน
ที่มา ผศ.ดร.ชำนาญ บุญญาพุทธิพงศ์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

home page: http://baanthaidd.blogspot.com/
Tags:เรารับออกแบบบ,ออกแบบบ้าน, แบบบ้านชั้นเดียว, แบบแปลนบ้าน, บ้านออกแบบ, บ้าน แปลน, ฟรีแบบบ้าน, แบบบ้านสวย, แบบบ้านสองชั้น, บ้านราคา,เรารับออกแบบบ้าน, ขายแบบบ้าน, แบบต่างๆ สไตล์ต่างๆ หลากหลายแบบ, แบบบ้านสำเร็จ, แบบบ้านสวย, แบบบ้าน 2 ชั้น, แปลนบ้านชั้นเดียว, แบบบ้านชั้นเดียว, แบบบ้านไม้, แบบบ้านทรงไทย, แบบบ้านชั้นครึ่ง, แบบบ้านรีสอร์ท, บ้านและสวน, แบบบ้านฟรี, แบบบ้านราคาประหยัด, แบบบ้านราคาถูก, แบบบ้านประหยัดพลังงาน, แบบบ้านเรือนไทย, แบบบ้าน,แบบบ้านไม้ชั้นเดียว, แบบบ้าน2ชั้น, ออกแบบตกแต่งภายใน, อาคารพานิชย์, หรืออาคารต่างๆ,รับสร้างบ้าน, ตกแต่งภายใน, รับเหมาต่อเติม,ออกแบบโรงงาน,รื้อ บ้าน

ราศี สีสัน การตกแต่งภายในบ้านเลือกในแบบที่เป็นมงคล

ที่มา http://www.cspaint.co.th/idea1_2.html

โปรแกรม เครื่องมือคำนวณสินเชื่อบ้าน ธ.กรุงศรี


เครื่องคำนวณความสามารถในการกู้ 
ความสามารถในการผ่อนชำระต่อเดือน
คำนวณระยะเวลากู้
ความสามารถในการกู้ Refinance Savings Calculator
Rate Comparison Calculator

ที่มา http://www.krungsri.com/th/calculator.aspx
  home page: http://baanthaidd.blogspot.com/
Tags:เรารับออกแบบบ,ออกแบบบ้าน, แบบบ้านชั้นเดียว, แบบแปลนบ้าน, บ้านออกแบบ, บ้าน แปลน, ฟรีแบบบ้าน, แบบบ้านสวย, แบบบ้านสองชั้น, บ้านราคา,เรารับออกแบบบ้าน, ขายแบบบ้าน, แบบต่างๆ สไตล์ต่างๆ หลากหลายแบบ, แบบบ้านสำเร็จ, แบบบ้านสวย, แบบบ้าน 2 ชั้น, แปลนบ้านชั้นเดียว, แบบบ้านชั้นเดียว, แบบบ้านไม้, แบบบ้านทรงไทย, แบบบ้านชั้นครึ่ง, แบบบ้านรีสอร์ท, บ้านและสวน, แบบบ้านฟรี, แบบบ้านราคาประหยัด, แบบบ้านราคาถูก, แบบบ้านประหยัดพลังงาน, แบบบ้านเรือนไทย, แบบบ้าน,แบบบ้านไม้ชั้นเดียว, แบบบ้าน2ชั้น, ออกแบบตกแต่งภายใน, อาคารพานิชย์, หรืออาคารต่างๆ,รับสร้างบ้าน, ตกแต่งภายใน, รับเหมาต่อเติม,ออกแบบโรงงาน,รื้อ บ้าน

ไม่มีเงินก็สร้างได้ บ้านกรุงศรี






ลักษณะเด่นของบริการ
วงเงินกู้สูงสุด 100% ของค่าจ้างปลูกสร้าง กรณีขอสินเชื่อเพื่อปลูกสร้างบ้านบนที่ดินซึ่งผู้ขอสินเชื่อเป็นเจ้าของหรือเจ้าของร่วมไม่มีเงินก็สร้างได้
 • วงเงินกู้รวมสูงสุด 90% ของราคาประเมินที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง กรณีขอสินเชื่อเพื่อปลูกสร้างบ้าน พร้อมสินเชื่อกรุงศรีโฮมฟอร์แคชบนที่ดิน ซึ่งผู้ขอสินเชื่อเป็นเจ้าของหรือเจ้าของร่วม 
• ให้บริการหลากหลายไม่ว่าจะเป็นการขอสินเชื่อเพื่อปลูกสร้างบ้าน /สินเชื่อเพื่อปลูกสร้างบ้านพร้อมซื้อที่ดิน / สินเชื่อเพื่อปลูกสร้างบ้านพร้อมรีไฟแนนซ์ค่าที่ดิน หรือ สินเชื่อเพื่อปลูกสร้างบ้านพร้อมสินเชื่อกรุงศรีโฮมฟอร์แคช • สะดวก รวดเร็วด้วยทีมงานขายนอกสถานที่
 • อัตราดอกเบี้ยต่ำ
 • อนุมัติเร็ว
 • สบายๆ กับการผ่อนชำระนานสูงสุด 30 ปี (ระยะเวลาผ่อนชำระรวมกับอายุผู้กู้แล้วต้องไม่เกิน 65 ปี)

ที่มา http://www.krungsri.com/th/consumer-detail.aspx?did=82&sub=true
home page: http://baanthaidd.blogspot.com/
Tags:เรารับออกแบบบ,ออกแบบบ้าน, แบบบ้านชั้นเดียว, แบบแปลนบ้าน, บ้านออกแบบ, บ้าน แปลน, ฟรีแบบบ้าน, แบบบ้านสวย, แบบบ้านสองชั้น, บ้านราคา,เรารับออกแบบบ้าน, ขายแบบบ้าน, แบบต่างๆ สไตล์ต่างๆ หลากหลายแบบ, แบบบ้านสำเร็จ, แบบบ้านสวย, แบบบ้าน 2 ชั้น, แปลนบ้านชั้นเดียว, แบบบ้านชั้นเดียว, แบบบ้านไม้, แบบบ้านทรงไทย, แบบบ้านชั้นครึ่ง, แบบบ้านรีสอร์ท, บ้านและสวน, แบบบ้านฟรี, แบบบ้านราคาประหยัด, แบบบ้านราคาถูก, แบบบ้านประหยัดพลังงาน, แบบบ้านเรือนไทย, แบบบ้าน,แบบบ้านไม้ชั้นเดียว, แบบบ้าน2ชั้น, ออกแบบตกแต่งภายใน, อาคารพานิชย์, หรืออาคารต่างๆ,รับสร้างบ้าน, ตกแต่งภายใน, รับเหมาต่อเติม,ออกแบบโรงงาน,รื้อ บ้าน

ออกแบบบ้านและเขียนแบบใหถูกกฎหมาย หรือ พรบ.


 - กำหนดระยะเวลาในใบอนุญาต สำหรับอาคารที่มีพื้นที่รวมกันน้อยกว่า 10‚000 ตารางเมตร กำหนดไว้ที่ 1 ปี หากประสงค์จะต่ออายุใบอนุญาตจะต้องทำก่อนใบอนุญาตหมดอายุ (หมวดที่ 2 ข้อที่ 17)       

    
 - บันไดของบ้านพักอาศัย ต้องมีอย่างหนึ่งบันได ที่มีความกว้างไม่ต่ำกว่า 90 เซนติเมตร ลูกตั้งสูงไม่เกิน 20 เซนติเมตร บันไดที่สูงเกิน 3 เมตร ต้องมีชานพักบันไดทุกช่วง 3 เมตร  (หมวดที่ 4 ข้อที่ 38)
     - อาคารก่อสร้างใกล้ถนนสาธารณะ ซึ่งถนนสาธารณะนั้น มีความกว่างน้อยกว่า 6 เมตร ให้ร่นแนวอาคารห่างจากกึ่งกลางถนนสาธารณะ อย่างน้อย 3 เมตร มิให้ส่วนของอาคารล้ำเข้ามาในแนวร่นดังกล่าว ยกเว้นกำแพงกันแนวเขตที่ดินซึ่งสูงได้ไม่เกิน 2 เมตร (หมวดที่ 5 ข้อที่ 50)
    
- อาคารสูงเกิน 2 ชั้น หรือ เกิน 8 เมตร อาคารขนาดใหญ่ห้องแถว ตึกแถว อาคารพาณิชย์ ยกเว้นอาคารอยู่อาศัยสูงไม่เกิน 3 ชั้น หรือไม่เกิน 10 เมตร ต้องมีระยะร่นดังต่อไปนี้ (หมวดที่ 5 ข้อที่ 50)
    - ถ้าถนนสาธารณะนั้นมีความกว้างน้อยกว่า 10 เมตร ให้ร่นแนวอาคารห่างจากกึ่งกลางถนนอย่างน้อย 6 เมตร
    - ถ้าถนนนั้นกว้างกว่า 10 เมตร แต่ไม่เกิน 20 เมตร ให้ร่นแนวอาคารห่างจากเขตถนนสาธารณะอย่างน้อย 1 ใน 10 ของความกว้างถนนสาธารณะ
     - ถ้าถนนสาธารณะนั้นมีความกว้างตั้งแต่ 20 เมตรขึ้นไป ให้ร่นแนวอาคารจากเขตถนนสาธารณะอย่างน้อย 2 เมตร ในการสร้างบ้านบนที่ดินของตนเองแต่ละหลัง จะต้องเว้นที่ว่าง บนแปลงที่ดินไม่น้อยกว่า 30% ของพื้นที่ที่ดินทั้งหมด                    (หมวดที่ 5 ข้อที่ 52)
     - บ้านพักอาศัยที่อยู่ติดกับที่ดินแปลงอื่น การทำช่องเปิดประตูหน้าต่าง ช่องระบายอากาศ หรือ ริมระเบียง สำหรับชั้น 2 ลงมา หรือสูงไม่เกิน 9 เมตร ต้องอยู่ห่างจากเขตที่ดินบ้านข้างเคียงไม่น้อยกว่า 2 เมตร สำหรับชั้นสามของบ้านสามชั้น หรือสูงไม่เกินกว่า 9 เมตร ต้องอยู่ห่างจากแนวเขตที่ดินทั่วไปเกิน 3 เมตร (หมวดที่ 5 ข้อที่ 54)
    - อาคารที่มีความสูงไม่เกิน 15 เมตร ยกเว้นบ้านพักอาศัยที่มีพื้นที่ไม่เกิน 300 ตารางเมตร จะต้องมีที่ว่างรอบอาคารไม่ต่ำกว่า 1 เมตร (หมวดที่ 5 ข้อที่ 56)
     - บ้านพักอาศัยที่มีพื้นที่เกิน 300 ตารางเมตร ให้ผนังที่ไม่มีช่องเปิด สามารถห่างจากแนวเขตที่ดินได้ น้อยกว่า 1 เมตร แต่ถ้าห่างจากแนวเขตที่ดินน้อยกว่า 50 ซ.ม. จะต้องได้รับความยินยอมเป็นหนังสือ จากเจ้าของที่ดินที่อยู่ข้างเคียง ในด้านนั้นด้วย (หมวดที่ 5 ข้อที่ 56)
   
  - ห้องน้ำและห้องส้วมที่แยกจากกันต้องมีขนาดพื้นที่ห้องแต่ละห้องไม่ต่ำกว่า 0.90 ตารางเมตร   (จุดเก้าศูนย์ตารางเมตร) หากห้องส้วมและห้องอาบน้ำใช้ร่วมกันต้องมีพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 1.50 ตารางเมตร
    - ต้องมีช่องระบายอากาศไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของพื้นที่ห้อง ความสูงจากพื้นห้องน้ำถึงฝ้าเพดานไม่ต่ำกว่า 2 เมตร            (หมวดที่ 5 ข้อที่ 61)
    - ที่จอดรถ 1 คัน จะต้องเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ากว้างไม่น้อยกว่า 2.4 เมตร ยาวไม่น้อยกว่า 5 เมตร (หมวดที่ 9 ข้อที่ 86)
    - ในการก่อสร้างอาคาร ผู้ได้รับอนุญาตจะต้องจัดทำรั้วชั่วคราวทึบสูงไม่น้อยกว่า 2 เมตร ปิดกั้นตามแนวที่อยู่ติดกันสาธารณะ หรือ บ้านข้างเคียง เว้นแต่จะมีรั้วทึบ หรือ กำแพงเดิมสูงไม่น้อยกว่า 2 เมตร (หมวดที่ 11 ข้อที่ 113)
    - ในระหว่างการก่อสร้างอาคาร ที่มีความสูงเหนือกว่าระดับดินเกิน 10 เมตร ด้านที่มีระยะราบวัดจากแนวอาคารด้านนอกถึงที่สาธารณะ หรือ ที่ดินต่างเจ้าของ น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของความสูงของอาคาร
    - ต้องจัดให้มีการกำจัดฝุ่นทำความสะอาดพื้นทุกวัน ต้องจัดให้มีสิ่งป้องกันวัสดุร่วงหล่น มีความสูงไม่น้อยกว่าความสูงของอาคารที่ได้รับอนุญาต และต้องรักษาให้อยู่ในสภาพที่ดี ตลอดระยะเวลาการก่อสร้าง (หมวดที่ 11 ข้อที่ 113)
    - ห้ามก่อสร้าง หรือกระทำการใด ๆ ในบริเวณที่ได้รับอนุญาตก่อสร้าง ระหว่างเวลา 22.00-6.00 น (หมวดที่ 11 ข้อที่ 113)

*ข้อมูลอ้างอิง จากข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่องควบคุมอาคาร พ.ศ.2534

  • ห้องนอนในอาคารให้มีด้านกว้าง สำหรับด้านที่แคบที่สุดไม่น้อยกว่า 2.5 เมตร และพื้นที่ไม่น้อยกว่า 8 ตารางเมตร           (ส่วนที่ 2 ข้อที่ 20)
  • ช่องทางเดินภายในบ้าน จะต้องมีความกว้างไม่น้อยกว่า 1 เมตร (ส่วนที่ 2 ข้อที่ 21)
  • ระดับความสูงของพื้นที่ถึงฝ้าเพดานภายในตัวบ้าน ต้องสูงไม่น้อยกว่า 2.6 เมตร(ส่วนที่ 2 ข้อที่ 22)
  • อาคารที่ก่อสร้างใกล้ คูคลอง ลำราง ลำประโดง แหล่งน้ำสาธารณะที่มีความกว้างน้อยกว่า 10 เมตร ให้ร่นแนวอาคารห่างจากเขตแหล่งน้ำสาธารณะนั้น ไม่น้อยกว่า 3 เมตร แต่ถ้าแหล่งน้ำ สาธารณะที่มีความกว้าง 10 เมตร ให้ร่นแนวอาคารไม่น้อยกว่า 6 เมตร (หมวดที่ 4 ข้อที่ 42)
  • สำหรับอาคารที่ก่อสร้างใกล้แหล่งน้ำขนาดใหญ่ เช่น บึง ทะเลสาบ ต้องร่นแนวอาคารห่างจากเขตแหล่งน้ำสาธารณะนั้นไม่น้อยกว่า 12 เมตร (หมวดที่ 4 ข้อที่ 42)
* ข้อมูลอ้างอิง จากกฎกระทรวง ฉบับที่ 55 (พ.ศ.2543)
home page: http://baanthaidd.blogspot.com/
Tags:เรารับออกแบบบ,ออกแบบบ้าน, แบบบ้านชั้นเดียว, แบบแปลนบ้าน, บ้านออกแบบ, บ้าน แปลน, ฟรีแบบบ้าน, แบบบ้านสวย, แบบบ้านสองชั้น, บ้านราคา,เรารับออกแบบบ้าน, ขายแบบบ้าน, แบบต่างๆ สไตล์ต่างๆ หลากหลายแบบ, แบบบ้านสำเร็จ, แบบบ้านสวย, แบบบ้าน 2 ชั้น, แปลนบ้านชั้นเดียว, แบบบ้านชั้นเดียว, แบบบ้านไม้, แบบบ้านทรงไทย, แบบบ้านชั้นครึ่ง, แบบบ้านรีสอร์ท, บ้านและสวน, แบบบ้านฟรี, แบบบ้านราคาประหยัด, แบบบ้านราคาถูก, แบบบ้านประหยัดพลังงาน, แบบบ้านเรือนไทย, แบบบ้าน,แบบบ้านไม้ชั้นเดียว, แบบบ้าน2ชั้น, ออกแบบตกแต่งภายใน, อาคารพานิชย์, หรืออาคารต่างๆ,รับสร้างบ้าน, ตกแต่งภายใน, รับเหมาต่อเติม,ออกแบบโรงงาน,รื้อ บ้าน

โปรแกรมคำนวณหาวงเงินกู้ที่สามารถกู้ได้ธนาคารไทยพาณิชย์

ลิงก์ โปรแกรมคำนวณ
สินเชื่อบ้านไทยพาณิชย์. ประเภทของสินเชื่อเคหะ. ซื้อบ้าน ทาวน์เฮ้าส์ อาคารพาณิชย์ คอนโดมิเนียม หรือการสร้างบ้านบนที่ดินที่มีอยู่แล้ว





















home page: http://baanthaidd.blogspot.com/
Tags:เรารับออกแบบบ,ออกแบบบ้าน, แบบบ้านชั้นเดียว, แบบแปลนบ้าน, บ้านออกแบบ, บ้าน แปลน, ฟรีแบบบ้าน, แบบบ้านสวย, แบบบ้านสองชั้น, บ้านราคา,เรารับออกแบบบ้าน, ขายแบบบ้าน, แบบต่างๆ สไตล์ต่างๆ หลากหลายแบบ, แบบบ้านสำเร็จ, แบบบ้านสวย, แบบบ้าน 2 ชั้น, แปลนบ้านชั้นเดียว, แบบบ้านชั้นเดียว, แบบบ้านไม้, แบบบ้านทรงไทย, แบบบ้านชั้นครึ่ง, แบบบ้านรีสอร์ท, บ้านและสวน, แบบบ้านฟรี, แบบบ้านราคาประหยัด, แบบบ้านราคาถูก, แบบบ้านประหยัดพลังงาน, แบบบ้านเรือนไทย, แบบบ้าน,แบบบ้านไม้ชั้นเดียว, แบบบ้าน2ชั้น, ออกแบบตกแต่งภายใน, อาคารพานิชย์, หรืออาคารต่างๆ,รับสร้างบ้าน, ตกแต่งภายใน, รับเหมาต่อเติม,ออกแบบโรงงาน,รื้อ บ้าน

"สร้างบ้าน"ไม่ให้ถูกบริษัทรับสร้างบ้านโกงหลอกลวงผู้บริโภค


สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน แนะก่อนสร้างบ้านต้องตรวจสอบ เปรียบเทียบ เยี่ยมชมสำนักงาน-ผลงาน ก่อนตัดสินใจเลือก เพื่อไม่ให้ถูกบริษัทรับสร้างบ้านโกง
หลังจากที่มีข่าวเกี่ยวกับบริษัทรับสร้างบ้านที่หลอกลวงผู้บริโภค โดยไม่ก่อสร้างบ้านให้ตามสัญญา ซึ่งกรณีดังกล่าวส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคอย่างมาก และอาจเกิดกรณีดังกล่าวเพิ่มขึ้นในอนาคตหากไม่มีการให้ข้อมูลผู้บริโภคได้อย่างถูกต้อง
สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน ในฐานะองค์กรที่รวบรวมผู้ประกอบการรับสร้างบ้าน เพื่อยกระดับมาตรฐานธุรกิจรับสร้างบ้านให้เป็นที่ยอมรับ จึงได้จัดทำบทความเกี่ยวกับขั้นตอนการตรวจสอบบริษัท รับสร้างบ้าน เพื่อใช้เป็นบรรทัดฐานของผู้บริโภคในการตรวจสอบและป้องกันบริษัทรับสร้างบ้านที่ขาดจริยธรรมในการดำเนินงาน
ก่อนสร้างบ้าน ต้องตรวจสอบ
บ้าน ถือว่าเป็นทรัพย์สินที่จัดได้ว่ามีค่ามากที่สุดที่คนทั่วไปที่มีโอกาสครอบครอง และน้อยคนที่จะมีโอกาสสร้างบ้านตามใจฝันของตนเอง แต่สำหรับคนที่มีโอกาสเช่นนี้ไม่ใช่ทุกคนที่จะสมหวังกับบ้านที่ตนเองมอบความไว้วางใจให้ผู้ประกอบการ หรืออาจเป็นที่รู้จักในนามผู้รับเหมาเป็นผู้ก่อสร้างให้ หลายคนต้องประสบกับความผิดหวัง
ไม่ว่า จะเป็นด้านคุณภาพงาน ที่ไม่ได้มาตรฐานหรือบางคนอาจไม่ได้บ้านด้วยถูกผู้รับจ้างทิ้งงานไปด้วยสาเหตุต่างๆ
สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน ซึ่งประกอบด้วยสมาชิกที่เป็นผู้ประกอบธุรกิจรับสร้างที่มุ่งเน้นการประกอบวิชาชีพอย่างมืออาชีพ ได้ให้ข้อคิดที่จำเป็นสำหรับผู้บริโภคที่กำลังตัดสินใจในการสร้างบ้าน เพื่อใช้ประกอบการเลือกและป้องกันการถูกเอาเปรียบจากผู้ประกอบการที่ไม่สุจริตดังนี้
1.เลือกผู้ประกอบการที่มีการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล และมีสถาปนิกหรือวิศวกรประจำอยู่ เนื่องจากคุณภาพงานก่อสร้างที่ดีจำเป็นต้องอาศัยบุคคลากรที่มีวิชาชีพ
2.เยี่ยมชมสำนักงานของผู้ประกอบการ เพื่อสังเกตุความพร้อมในการให้บริการของผู้ประกอบการรายนั้นๆ
3.คัดเลือกผู้ประกอบการที่สนใจออกเป็นกลุ่มตามความรู้สึกของตนเอง เพื่อจะสามารถเปรียบเทียบได้อย่างใกล้เคียงกัน ไม่ควรเปรียบเทียบผู้ประกอบการที่มีความแตกต่างกันมาก เนื่องจากจะมีความสับสนในด้านค่าบริการหรือค่าใช้จ่าย
4.หาราคาเฉลี่ยของกลุ่มที่คัดแยก และประเมินว่าตนเองมีงบประมาณที่เหมาะสมกับบริการของผู้ประกอบ- การกลุ่มใด เนื่องจากผู้ประกอบการแต่ละรายจะมีความโดดเด่นที่แตกต่างกัน และความแตกต่างของบริการนั้นๆจะสะท้อนออกมาในรูปของราคา
5.ขอเยี่ยมชมผลงานของผู้ประกอบการที่ตนเองสนใจ  เนื่องจากคุณภาพงานก่อสร้างบางครั้งอาจขึ้นกับความพึงพอใจของเจ้าของ การได้เห็นผลงานจริงจะทำให้เกิดความมั่นใจในการใช้บริการ
6.สัญญาที่ใช้ว่าจ้างควรระบุชัดเจนถึงขอบเขตงานที่ทำ และมีเงื่อนไขการชำระเงินที่สัมพันธ์กับงานที่ทำ รวมทั้งระบุสิทธิหน้าที่ระหว่างผู้รับจ้างและผู้ว่าจ้างให้ชัดเจน โดยสามารถขอสัญญามาตรฐานของสมา- คมธุรกิจรับสร้างบ้าน มาใช้เปรียบเทียบกับสัญญาของบริษัทรับสร้างบ้านที่สนใจได้
7.พึงระลึกเสมอว่าผู้ประกอบการที่ไม่สุจริตทุกราย ล้วนมีวัตถุประสงค์เดียวกันคือต้องการเงินมากกว่างานที่จะส่งมอบ และพยายามทุกทางให้เหยื่อของตนเองหลงเชื่อยอมตกลงทำสัญญาด้วย ดังนั้นราคาที่ต่ำผิดปกติ หรือสัญญาที่ไม่รัดกุมหรือเปิดช่องให้เอาเปรียบ ล้วนแต่เป็นวิธีที่ผู้ประกอบการประเภทนี้ใช้เป็นช่องในการหลอกลวงทั้งสิ้น
ดังนั้น หากผู้บริโภคตรวจสอบ หรือ ปฎิบัติตามข้อแนะนำข้างต้นอย่างเคร่งครัด ก็จะช่วยให้สามารถคัดเลือกผู้ประกอบการที่เหมาะสมและหลีกเลี่ยงการถูกเอาเปรียบได้
ที่มาของข้อมูล: กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
home page: http://baanthaidd.blogspot.com/
Tags:เรารับออกแบบบ,ออกแบบบ้าน, แบบบ้านชั้นเดียว, แบบแปลนบ้าน, บ้านออกแบบ, บ้าน แปลน, ฟรีแบบบ้าน, แบบบ้านสวย, แบบบ้านสองชั้น, บ้านราคา,เรารับออกแบบบ้าน, ขายแบบบ้าน, แบบต่างๆ สไตล์ต่างๆ หลากหลายแบบ, แบบบ้านสำเร็จ, แบบบ้านสวย, แบบบ้าน 2 ชั้น, แปลนบ้านชั้นเดียว, แบบบ้านชั้นเดียว, แบบบ้านไม้, แบบบ้านทรงไทย, แบบบ้านชั้นครึ่ง, แบบบ้านรีสอร์ท, บ้านและสวน, แบบบ้านฟรี, แบบบ้านราคาประหยัด, แบบบ้านราคาถูก, แบบบ้านประหยัดพลังงาน, แบบบ้านเรือนไทย, แบบบ้าน,แบบบ้านไม้ชั้นเดียว, แบบบ้าน2ชั้น, ออกแบบตกแต่งภายใน, อาคารพานิชย์, หรืออาคารต่างๆ,รับสร้างบ้าน, ตกแต่งภายใน, รับเหมาต่อเติม,ออกแบบโรงงาน,รื้อ บ้าน

ตารางราคาค่าติดตั้ง ไม้ลามิเนต ปาร์เก้ หินออน 9รายการวัสดุที่นิยม

วัตถุประสงค์ของการให้ข้อมูลการประมาณราคา  สำรับการถอดแบบคำนวณราคากลางงานก่อสร้าง
          เพื่อทราบราคาค่าก่อสร้างเบื้องต้นก่อนลงมือก่อสร้างจริง เพื่อจัดเตรียมงบประมาณที่จำเป็นต้องใช้ในงานก่อสร้าง เพื่อตรวจสอบราคาค่าก่อสร้างที่จัดทำโดยผู้รับเหมา ผู้ที่นําราคาวัสดุนี้ไปใช้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ใช้ และควรตรวจสอบราคาจากพาณิชย์จังหวัด (ท้องถิ่น)อีกครั้งหนึ่ง

home page: http://baanthaidd.blogspot.com/
Tags:เรารับออกแบบบ,ออกแบบบ้าน, แบบบ้านชั้นเดียว, แบบแปลนบ้าน, บ้านออกแบบ, บ้าน แปลน, ฟรีแบบบ้าน, แบบบ้านสวย, แบบบ้านสองชั้น, บ้านราคา,เรารับออกแบบบ้าน, ขายแบบบ้าน, แบบต่างๆ สไตล์ต่างๆ หลากหลายแบบ, แบบบ้านสำเร็จ, แบบบ้านสวย, แบบบ้าน 2 ชั้น, แปลนบ้านชั้นเดียว, แบบบ้านชั้นเดียว, แบบบ้านไม้, แบบบ้านทรงไทย, แบบบ้านชั้นครึ่ง, แบบบ้านรีสอร์ท, บ้านและสวน, แบบบ้านฟรี, แบบบ้านราคาประหยัด, แบบบ้านราคาถูก, แบบบ้านประหยัดพลังงาน, แบบบ้านเรือนไทย, แบบบ้าน,แบบบ้านไม้ชั้นเดียว, แบบบ้าน2ชั้น, ออกแบบตกแต่งภายใน, อาคารพานิชย์, หรืออาคารต่างๆ,รับสร้างบ้าน, ตกแต่งภายใน, รับเหมาต่อเติม,ออกแบบโรงงาน,รื้อ บ้าน

กระเบื้องมุงหลังคา



                กระเบื้องหลังคาดินเผา  ถูกใช้เป็นวัสดุมุงหลังคามาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์หลักฐานการค้นพบกระเบื้องดินเผาพบได้ทั้งในภาคอีสานและภาคเหนือ  จวบจนปัจจุบันนี้หลังคากระเบื้องดินเผายังคงถูกอนุรักษ์ไว้ และยังพัฒนาให้ทนทานสวยงามด้านการเคลือบสีและเคลือบเงา ทำให้กระเบื้องสวยสดใสไม่เกิดเชื้อรา เช่น  พบได้ในวัด โบสถ์ ศาลา ทรงไทย ฯลฯ  กระเบื้องดินเผามีอยู่หลายรูปแบบ เช่น กระเบื้องหางมน  กระเบื้องหางเหยี่ยว  กระเบื้องหางว่าว  หรืออาจเรียกกว่ากระเบื้องสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนและกระเบื้องกาบกล้วย เป็นต้น นอกจากนี้ในบ้านไทยล้านนาแบบภาคเหนือ  ยังพบว่ามีการใช้ไม้สักมาผ่าเป็นชิ้นบาง ๆ ทำเป็นกระเบื้องมุงหลังคารูปร่างต่าง ๆ แสดงลักษณะของการมุงกระเบื้องหลังคาดินเผาของบ้านทรงไทย แสดงไว้ในรูป
             
             กระเบื้องหลังคาสังกะสี  สังกะสีเป็นโลหะที่เบา สามารถรีดให้บางได้ และทนทานต่อสนิมได้ดีระดับหนึ่ง จึงเป็นวัสดุที่นำมาใช้ผลิตเป็นกระเบื้องมุงหลังคา ด้วยคุณสมบัติที่เด่นคือน้ำหนักเบา  ทำให้ประหยัดโครงสร้าง ติดตั้งหรือรื้อถอนได้ง่ายและเร็ว  ไม่แตกหัก ราคาถูก  ส่วนข้อด้อยคือ เป็นวัสดุที่นำความร้อนได้ดี  จึงทำให้อาคารร้อนมากในช่วงเวลาที่แดดส่องจัด ๆ เกิดเสียงดังมากในช่วงเวลาที่ฝนตกหนัก อาจปลิวหรือฉีดขาดได้ในช่วงเวลาที่มีพายุลมแรง  เกิดสนิมและรูรั่วได้เมื่อผ่านช่วงเวลาหนึ่งต่อมาเมื่อมีการพัฒนาเทคโนโลยีวัสดุมุงหลังคามากขึ้นหลังคาสังกะสีจึงเสื่อมความนิยมไป แต่ยังคงมีใช้อยู่ทั่วไปในในงานชั่วคราว เช่น แคมป์คนงานก่อสร้าง รั้วล้อมรอบโครงการก่อสร้าง เพิงศาลารถรับจ้าง เพิงศาลาขายของริมทาง เป็นต้น
               กระเบื้องหลังคาโลหะเคลือบ  จากข้อดีและข้อด้อยของหลังคาสังกะสี  จึงมีบริษัทที่คิดนำกลับมาพัฒนาใหม่โดยเสริมจุดเด่นขึ้นและลดจุดด้อยลง ทำให้ผลิตภัณฑ์ชนิดนี้กลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง แต่ส่วนมากจะให้กับอาคารประเภทโกดัง โรงงาน สถานีบริการน้ำมัน โรงจอดรถ ฯลฯ  เนื่องจากอาคารประเภทดังกล่าวมักจะมีช่วงกว้างตั้งแต่ 10-30 เมตร  และไม่มีเสาอยู่ระหว่างกลาง  การออกแบบโครงสร้างหลังคาจึงต้องพยายามหาวัสดุมุงหลังคาที่เบาที่สุด  ซึ่งสังกะสีก็เป็นวัสดุที่เบาอยู่แล้ว  จึงนำกลับมาพัฒนาใหม่โดยการผสมโลหะอื่นที่ช่วยลดปัญหาการเกิดสนิม เช่น อะลูมินั่ม  รวมทั้งใช้วิธีเคลือบอบสี ทำให้ช่วยลดการกัดกร่อนและช่วยสะท้อนความร้อนออกไปได้ ทำให้อาคารไม่ร้อนมากเหมือนเก่า
                 กระเบื้องซีเมนต์ใยหิน  เป็นวัสดุที่นำมาพัฒนาเป็นกระเบื้องมุงหลังคา ด้วยคุณสมบัติที่ดีในหลายประการ เช่น แข็งแกร่ง ไม่ยืดหด ทนทานต่อการกัดกร่อน น้ำหนักเบา ขนาดแผ่นใหญ่พอเหมาะ ขนส่งได้ง่าย อุปกรณ์เกาะยึดไม่ยุ่งยาก วิธีการติดตั้งง่าย ราคาถูก จึงเป็นวัสดุมุงหลังคาที่นิยมใช้เรื่อยมาจวบจนปัจจุบันนี้ กระเบื้องซีเมนต์ใยหินผลิตมาจากส่วนผสมของปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ประเภทหนึ่ง กับแร่ใยหินที่มีคุณสมบัติในการับแรงดึงหรือแรงบิดได้ดี  เมื่อผสมกับน้ำได้ตามสัดส่วนแล้ว  ก็อาจส่งเข้าเครื่องรีดออกมาเป็นกระเบื้องแผ่นเรียบก็ได้  หรือผ่านเขาเครื่องอัดขึ้นรูปเป็นลอน   ต่าง ๆ  เช่น กระเบื้องลูกฟูก กระเบื้องลอนคู่ กระเบื้องราง  กระเบื้องโค้ง และพ่นเคลือบสีต่าง ๆ ตามที่ต้องการ  บริษัทที่เริ่มผลิตเป็นรายแรกเมื่อกว่า 50 ปี มาแล้วคือบริษัท กระเบื้องกระดาษไทย จำกัด
                กระเบื้องลูกฟูก เป็นผลิตภัณฑ์จากกระเบื้องซีเมนต์ใยหิน แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ ลูกฟูกลอนเล็กและลูกฟูกใหญ่  โดยกระเบื้องลูกฟูกลอนเล็กจะมีความสูงของลอนเพียง 2 เซนติเมตร  เหมาะสำหรับพื้นที่หลังคาที่ไม่ใหญ่มากนัก  และควรใช้กับหลังคาที่มีส่วนลาดเอียงไม่น้อยกว่า 15 องศา เช่น  บ้านพักอาศัยทั่วไป บ้านหลังคาทรงไทย เป็นต้น ส่วนกระเบื้องลูกฟูกลอนใหญ่จะมีความสูงของลอน 5 เซนติเมตร  เหมาะสำหรับหลังคาอาคารทั่วไปที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่มาก ๆ และต้องการความแข็งแรงของกระเบื้องมุงหลังคามากขึ้น  และมีส่วนเอียงลาดไม่น้อยกว่า 10 องศา
                กระเบื้องลอนคู่  เป็นผลิตภัณฑ์จากกระเบื้องซีเมนต์ใยหินเช่นเดียวกับกระเบื้องลูกฟูกขนาดใหญ่  จะแตกต่างกันเฉพาะรูปทรง  ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจในการเลือกใช้ กระเบื้องลอนคู่จะมีความสูงของลอน 5 เซนติเมตร  เป็นกระเบื้องมุงหลังคาที่ได้รับความนิยมเป็นอันมาก เหมาะสำหรับพื้นที่หลังคาทั่ว ๆ ไป และมีส่วนเอียงลาดไม่น้อยกว่า 10 องศา เช่น บ้านพักอาศัย ทาวน์เฮาส์ โรงเรียน โรงงาน เป็นต้น
                กระเบื้องโปร่งแสง   กระเบื้องโปร่งแสงหรือบางทีเรียกว่า กระเบื้องกลาสไฟเบอร์  ผลิตมาจากใยแก้วและโพลีเอสเตอร์เรซิ่นแล้วเข้าเครื่องรีดออกมาเป็นแผ่นบาง ๆ หนาเพียง 1.2 มิลลิเมตร  และยังเคลือบด้วยแผ่นฟิล์มพิเศษที่มีคุณสมบัติป้องกันรังสีจากแสงแดดไม่ให้ทำลายเรซิ่นในเนื้อกระเบื้องจนเกิดการแตกลายงาหรือขุ่นมัว  ทำให้กระเบื้องยังคงโปร่งใสให้แสงสว่างลงมาได้  ทำให้ประหยัดพลังงานไฟฟ้าโดยไม่ต้องเปิดไฟในเวลากลางวัน กระเบื้องโปร่งแสงผลิตออกมาตามรูปร่างหรือลอนเหมือนกับกระเบื้องลอนคู่และกระเบื้องลูกฟูกทุกประการ  และมีหลายสีให้เลือกตามที่ต้องการ เช่น ขาว ใส เหลือง เขียว น้ำเงิน เป็นต้น
                กระเบื้องราง  เป็นผลิตภัณฑ์จากกระเบื้องซีเมนต์ใยหิน  ผลิตขึ้นโดยบริษัทกระเบื้องกระดาษไทย จำกัด  เพียงรายเดียว  กระเบื้องรางมีขนาดใหญ่มาก มีความสูงของลอนถึง 20 เซนติเมตร  และสามารถวางเอียงลาดได้ต่ำถึง 4 องศา  ผลิตขึ้นมาเพื่อใช้กับโครงสร้างหลังคาช่วงกว้าวงหรือต้องการให้พื้นที่ใต้หลังคาโล่ง ด้วยความแข็งแรงของแผ่นกระเบื้องจึงสามารถวางพาดกระเบื้องจากคานถึงคาน หรืออเสถึงอเสได้เลย  โดยไม่จำเป็นต้องติดตั้งจันทันและแป ทำให้ประหยัดโครงสร้างหลังคาไปได้ส่วนหนึ่ง  และทำให้มุงหลังคาเสร็จเร็วขึ้น กระเบื้องรางสามารถนำไปใช้กับหลังคาต่าง ๆ เช่น โรงจอดรถ  ห้องครัว/คนใช้ ช่องระเบียงทางเดิน ส่วนต่อเติมท้ายโรงงาน ฯลฯ  ลักษณะของกระเบื้องราง แสดงไว้ใน
                  กระเบื้องโค้ง  เป็นผลิตภัณฑ์จากกระเบื้องซีเมนต์ใยหิน ผลิตขึ้นโดยบริษัทกระเบื้องกระดาษไทย จำกัด เพียงรายเดียว กระเบื้องโค้งมีความสูงลอน 5 เซนติเมตร  และมี 2 รูปแบบคือแบบโค้งกลมกับแบบโค้งเหลี่ยม กระเบื้องโค้งใช้เพื่อตอบสนองหลังคาของอาคารที่มีส่วนกว้างมากโดยไม่จำเป็นต้องมีสันจั่วสูง ทำให้สามารถมุงกระเบื้องโค้งไปในแนวราบได้กว้างมากและมีความแปลกตาสวยงามอีกแบบหนึ่ง กระเบื้องโค้งสามารถนำไปใช้กับหลังคาอาคารต่าง ๆ เช่น ป้ายจอดรถเมล์  สถานีบริการน้ำมัน โรงอาหาร ช่องทางเดิน โรงจอดรถ  สะพานลอยคนข้าม เป็นต้น ลักษณะของการใช้กระเบื้องโค้งกับหลังคาต่าง ๆ แสดงไว้ในรูป
                 กระเบื้องคอนกรีตโมเนีย  เริ่มมีการนำมาใช้เมื่อหลังคาปั้นหยาได้รับความนิยมกันมาก กระเบื้องคอนกรีตโมเนีย  จึงมีน้ำหนักในตัวดี สามารถต้านทานต่อการพัดปลิวของแรงลมได้  และคอนกรีตมีความแข็งแรงทนทานกว่าเมื่อเทียบกับกระเบื้องซีเมนต์ใยหิน แต่ก็มีข้อด้อยคือทำให้ต้องเพิ่มความแข็งแรงให้กับโครงสร้างหลังคามากขึ้น และราคาก็แพงขึ้นด้วย แต่ก็ยังเป็นที่นิยมสำหรับอาคารที่มีราคาค่อนข้างสูง เพราะความสวยงาม ความแปลกใหม่ สีสันสดใส ไม่เป็นเชื้อรา บริษัทรายแรก ๆ ต่อมามีบริษัทที่ผลิตเพิ่มเติม เช่น ยี่ห้อ Magma ผลิตโดยบริษัทโอลิมปิคกระเบื้องไทย จำกัด ยี่ห้อง V-con ผลิตโดยบริษัท ศรีกรุงธนบุรี จำกัด เป็นต้น นอกจากนี้ในช่วงที่โลหะแผ่นเคลือบ (metal  sheet) กลับมานิยมใช้กับหลังคาอีกครั้ง บริษัท กรุงเทพ จำกัด (BSI) จึงนำข้อดีของโลหะแผ่นเคลือบที่มีความเบา  สะท้อนความร้อนได้ดี ติดตั้งได้ง่าย มาผลิตปั้มขึ้นรูปเลียนแบบกระเบื้อโมเนีย เรียกว่า Scanroof ทำให้ได้กระเบื้องโมเนียน้ำหนักเบา และช่วยประหยัดโครงสร้างหลังคาลงได้ และล่าสุด บริษัท กระเบื้องหลังคาซีแพค จำกัด ก็ได้ผลิตกระเบื้องโมเนียรุ่นใหม่เรียกว่า Newstils ซึ่งเป็นชนิดผิวเรียบที่ไม่มีลอนโค้ง ลักษณะการมุงหลังคากระเบื้องคอนกรีตโมเนีย แสดงไว้ในรูป
home page: http://baanthaidd.blogspot.com/
Tags:เรารับออกแบบบ,ออกแบบบ้าน, แบบบ้านชั้นเดียว, แบบแปลนบ้าน, บ้านออกแบบ, บ้าน แปลน, ฟรีแบบบ้าน, แบบบ้านสวย, แบบบ้านสองชั้น, บ้านราคา,เรารับออกแบบบ้าน, ขายแบบบ้าน, แบบต่างๆ สไตล์ต่างๆ หลากหลายแบบ, แบบบ้านสำเร็จ, แบบบ้านสวย, แบบบ้าน 2 ชั้น, แปลนบ้านชั้นเดียว, แบบบ้านชั้นเดียว, แบบบ้านไม้, แบบบ้านทรงไทย, แบบบ้านชั้นครึ่ง, แบบบ้านรีสอร์ท, บ้านและสวน, แบบบ้านฟรี, แบบบ้านราคาประหยัด, แบบบ้านราคาถูก, แบบบ้านประหยัดพลังงาน, แบบบ้านเรือนไทย, แบบบ้าน,แบบบ้านไม้ชั้นเดียว, แบบบ้าน2ชั้น, ออกแบบตกแต่งภายใน, อาคารพานิชย์, หรืออาคารต่างๆ,รับสร้างบ้าน, ตกแต่งภายใน, รับเหมาต่อเติม,ออกแบบโรงงาน,รื้อ บ้าน

รับออกแบบอาคารตามหลักฮวงจุ้ย โทร 0867431141