เลือกหลอดไฟฟ้าในบ้าน

· ไม่ควรใช้หลอดอินแคนเดสเซนต์เป็นหลอดหลักในการให้แสงสว่างในสำนักงาน เพราะที่ความส่องสว่างตามมาตรฐานด้วยหลอดประเภทนี้จะรู้สึกจ้า
· ถ้าต้องการมองเห็นสีสันที่แท้จริงของวัตถุ ควรใช้หลอดที่มีดัชนีความถูกต้องของสี CRI (Color Rendering Index) สูงๆ
· ถ้าต้องการมองเห็นวัตถุให้เด่น ไม่ใช่เลือกหลอดที่มีดัชนีความถูกต้องของสี CRI (Color Rendering Index) สูงๆ แต่เลือกหลอดที่ให้สเปกตรัมสีเดียวกับวัตถุมากๆ
· หลอดที่ให้ลำแสงแคบหรือหลอดที่ต้องการใช้เพื่อให้มีความปลอดภัยควรใช้หลอดที่มีแรงดันต่ำ
· หลอดที่ติดตั้งที่เพดานสูงๆควรใช้หลอดที่มีอายุการใช้งานนาน หรือ อาจใช้หลอดที่มีอายุการใช้งานต่ำ เช่น อินแคนเดสเซนต์ แต่ใช้ร่วมกับตัวหรี่ไฟ แต่ถ้าเพดานสูงมากและไม่มีเครื่องไม้เครื่องมือหรือช่างเปลี่ยนให้ก็ควรหันมาใช้การเล่นแสงที่ระดับล่างไม่ว่าจะเป็นไฟส่องขึ้นหรือใช้เป็นไฟกิ่งแทนก็ตาม
· หลอดอินแคนเดสเซนต์อายุการใช้งานสั้น 1000-3000 ชม. แต่มี CRI 100 เปอร์เซนต์
· อายุการใช้งานของหลอดอินแคนเดสเซนต์สั้นลงมากถ้าศักดาไฟฟ้าสูงขึ้น
· หลอด PAR 38 มีมุมแสงสองชนิดคือ 15 และ 30 องศา
· หม้อแปลงหลอดฮาโลเจนแรงดันต่ำไม่ควรอยู่ห่างจากหลอดมาก
· อย่าไปสัมผัสถูกหลอดฮาโลเจนเพราะจะทำให้อายุการใช้งานสั้นลงมาก
· หลอดฟลูออเรสเซนต์ใช้กับสำนักงาน และโรงงานที่มีเพดานสูงไม่เกิน 7 เมตร
· หลอดฟลูออเรสเซนต์เมื่อใช้ในห้องแช่เย็น สตาร์ทยาก และ ปริมาณแสงน้อยลงมาก
· หลอดฟลูออเรสเซนต์เดไลท์เหมาะใช้กับความส่องสว่าง 700 ลักซ์ หรือมากกว่า
· หลอดคูลไวท์เหมาะใช้กับสำนักงานที่มีความส่องสว่าง 500-1000 ลักซ์
· หลอดวอร์มไวท์เหมาะสำหรับงานที่ต้องการความส่องสว่างไม่มากแต่ดูอบอุ่น
· การต่อวงจรLEAD-LAG เพื่อแก้เพาเวอร์แฟคเตอร์ต้องใช้คาปาซิเตอร์ที่มีอัตราแรงดันไม่น้อยกว่า 440 โวลท์
· ถ้านำคาปาซิเตอร์ต่ออนุกรมทุกหลอดไม่ได้ทำให้เพาเวอร์แฟคเตอร์ดีขึ้เลย เพียงแต่เปลี่ยนจาก lagging เป็น leading เท่านั้น
· การหรี่ไฟหลอดคอมแพคท์สามารถทำได้ แต่หลอดต้องใช้บัลลาสต์อิเล็กทรอนิกส์ และสวิตช์หรี่ไฟต้องเป็นชนิดพิเศษเฉพาะ
· หลอดปรอทความดันสูงใช้แทนหลอดฟลูออเรสเซนต์ เมื่อต้องการวัตต์สูงๆ ใช้ในพื้นที่ที่มีเพดานสูงๆ ใช้ในการส่องบริเวณ ใช้กับไฟถนน
· หลอดโซเดียมความดันสูงมีประสิทธิผลรองจากโซเดียมความดันต่ำ แต่ CRI ดีกว่า
· หลอดโซเดียมความดันสูงมีสีเหลืองทอง ใช้กับถนนที่มีขนาดกลางและใหญ่ ใช้ในโรงงานที่ไม่พิถีพิถันเรื่องสีสันมากนัก ใช้กับไฟส่องปริเวณ และทางเดิน
· หลอดโซเดียมความดันต่ำมีประสิทธิผลมากที่สุด แต่ ความถูกต้องสีน้อยที่สุด
· หลอดโซเดียมความดันต่ำมีสีเหลืองจัด ใช้เป็นไฟถนนที่มีขนาดใหญ่ ใช้เป็นไฟส่องบริเวณเพื่อการรักษาความปลอดภัย
· หลอดเมทัลฮาไลด์ ให้แสงทุกสีเด่น จึงนิยมใช้กับสนามกีฬาที่มีการถ่ายทอดโทรทัศน์
· การใช้หลอดฆ่าเชื้อมีอันตรายต่อตาและผิวหนัง
· การให้แสงเพื่อให้ต้นไม้ใบหญ้าเจริญเติบโตได้ดีต้องมากพอเพื่อให้ขบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง (Photosynthesis) มากกว่าขบวนการการหายใจ(Respiration)
· ย่านความยาวคลื่นที่ดึงดูดแมลงกลางคืนมากที่สุดได้แก่ 310-380 นาโนเมตร
· ปัญหาเรื่องแมลงกลางคืนแก้โดยใช้หลอดสีเหลือง หรือแดงซึ่งไม่มีรังสีอัลตราไวโอเลต
· ถึงแม้ใช้หลอดสีเหลืองหรือแดงเพื่อไม่ดึงดูดแมลงแล้ว การใช้ตัวสะท้อนแสงโดยจำกัดให้แสงสว่างเฉพาะบริเวณที่ต้องการ ไม่เลยออกไปไกลก็ช่วยได้มาก
· การติดตั้งหลอดแบลคไลท์ (Black Light) เพื่อดึงดูดแมลงโดยติดตั้งที่รอบๆอาคารห่างออกไปประมาณ 30-60เมตร ช่วยดักแมลงไว้ไม่ให้ไปที่อาคารได้
· หลอดที่มีอุณหภูมิสีเหมือนกัน เมื่อส่องวัตถุชิ้นเดียวกัน อาจเห็นสีสันของวัตถุเด่นต่างกัน
ที่มา http://www.tieathai.org

คำนวณแสงสว่างภายในบ้าน

ระบบการให้แสงสว่างหลัก คือ การออกแบบระบบแสงสว่างให้มีความส่องสว่าง
เพียงพอตามมาตรฐานเพื่อการใช้งานในแต่ละพื้นที่นั้น ๆ
· ระบบการให้แสงสว่างรอง คือการออกแบบให้มีแสงสว่างให้เกิดความสวยงาม
หรือเน้นเพื่อให้เกิดความสนใจ สบายตา และ อารมณ์
· การให้แสงสว่างที่ดี ควรมีทั้วระบบการให้แสงสว่างหลักและแสงสว่างรอง
การส่องสว่างภายในบ้านอยู่อาศัย
· แสงจากหลอดที่ให้แสงสีเหลืองดูน่าอบอุ่นสำหรับบ้านและโรงแรม
· ความส่องสว่างสำหรับพื้นที่ทั่วไปใช้ 100 - 200 ลักซ์
· โคมไฟส่องลงหลอดGLS 100 วัตต์ที่ความสูงฝ้า 2.4 - 2.7 เมตรติดตั้งห่างกัน
ทุกๆ ระยะ 2 - 2.5 เมตร ให้ความส่องสว่างที่พื้นเฉลี่ย 100 ลักซ์
· ไม่ควรใช้ไฟเกินกว่า 80 % ของอัตราสวิตช์หรี่ไฟ
· การใช้โคมไฟระย้าควรมีโคมไฟชนิดอื่นช่วยให้แสงหลักด้วยเพื่อลดเงาที่เกิดเนื่อง
จากโคมไฟระย้า
· โคมระย้าใช้ 20 -25 วัตต์/ตารางเมตร/ 100 ลักซ์ และควรติดตั้งสวิตช์ไฟหรี่ด้วย
· การใช้โคมไฟระย้าควรระวัง ความสูงฝ้า และ นำหนักโคมระย้า
· โคมระย้าใช้ขนาดประมาณ 1/12 ของเส้นทะแยงมุมห้อง
· ช่องเปิดไฟหรืบควรมีขนาดอย่างน้อย 1/10 ของขนาดเบ้า
· ไฟหรืบฟลูออเสเซนต์ใช้ 8 - 12 วัตต์/ตารางเมตร/ 100 ลักซ์
· การให้แสงสว่างจากหรืบเพื่อส่องสว่างพืนที่ควรมีเพดานสีขาวหรือสีอ่อน
มิฉะนั้นแล้วแสงจากไฟหลืบที่เพดานเป็นสีทึบก็เป็นเพียงไฟตกแต่งเท่านั้น
ที่มา http://www.tieathai.org

การจัดวางดวงไฟในบ้าน

การวางระบบไฟฟ้าภายในบ้าน หลายคนมองข้ามในเรื่องนี้ และไม่ค่อยใส่ใจสักเท่าไหร่ ส่วนใหญ่จะยกให้เป็นหน้าที่ของช่างไฟฟ้า ในทางฮวงจุ้ยเองให้ความสำคัญในเรื่องของแสงสว่างค่อนข้างมาก เพราะบ้านอยู่อาศัย ถือเป็นฮวงจุ้ยคนเป็น "แสงสว่าง" บ่งบอกถึงพลังชีวิต เป็นพลัง หยางที่เคลื่อนไหว และนำโชคลาภมาสู่บ้าน การจัดระบบไฟฟ้าจึงควรใส่ใจสักนิดว่า ควรจะวาง ไฟไว้จุดใดของบ้านบ้าง ซึ่งผมจะไล่เรียงจากหน้าบ้านไปจนถึงภายในบ้านกันเลยนะครับ เพื่อให้มองเห็นง่ายขึ้น ดังนี้



1. ไฟหน้าประตูรั้ว - ควรมีดวงไฟ 2 ดวงวางด้านข้างประตู เปิดทิ้งไว้ในเวลา กลางคืนเพื่อดึงโชคลาภเข้าสู่บ้าน เหตุผลที่ต้องติดไฟ 2 ดวง ก็เพื่อให้เกิดความสมดุล นั่นเอง นอกจากนี้ กรณีที่บริเวณตรงข้ามกับบ้านเป็นบ้านร้าง หรือที่รกร้าง ไฟหน้าบ้านจะช่วยแก้ไขพลังอินชี่ (หยินพิฆาต) ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย



2. ไฟหน้าประตูบ้าน - บริเวณทางเข้าบ้าน เป็นจุดที่จะต้องสว่าง เพราะฉะนั้น ควรติดไฟอย่างน้อย 1 ดวง



3. ไฟสนาม - บ้านที่มีพื้นที่ดินมาก แล้วปล่อยว่างเป็นสนาม ควรติดไฟ สนามเพื่อปรับความสมดุลของพื้นที่ เพราะถ้าไม่ติดไฟ เวลากลางคืนสนามจะมืดมาก ก่อสภาพอินชี่ได้



4. ไฟห้องนอน - ไม่ควรใช้ไฟประเภทหลอดเปลือย มองเห็นดวงไฟ ควรจะเป็น ไฟโคมที่กรองแสง หรือ ทำเพดานหลุมเพื่อซ่อนไฟเอาไว้ และห้ามวางตำแหน่งของดวงไฟตรงกับเตียงนอน เพราะ แสงที่สว่างเกินไปจะรบกวนการนอนได้



5. ไฟห้องน้ำ - ควรใช้ไฟที่สว่าง เพราะห้องน้ำมีความชื้นมาก ยิ่งห้องน้ำที่อยู่ใน ตำแหน่งอับทึบ ไม่มีแสงจากธรรมชาติส่องถึง ยิ่งต้องใช้ไฟที่สว่างเป็นพิเศษ เพื่อเผาผลาญเชื้อโรค และไล่ความชื้นให้หมดไป



6. ไฟห้องทำงาน - ห้องทำงานต้องการความกระตือรือร้น มีชีวิตชีวา ไฟในห้องนี้ จึงต้องสว่าง เพราะแสงสว่างจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการเคลื่อนไหว กระฉับกระเฉง ถ้าใช้ไฟสลัว บรรยากาศภาย ในห้องจะทำให้อยากพัก มากกว่าอยากทำงาน



7. ไฟบันได - บันไดก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่จะต้องสว่าง เพราะเป็นจุดขึ้น-ลง และมี ความลาดชัน ถ้าบริเวณบันไดไม่ติดดวงไฟ โอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุ ลื่นล้ม หรือตกบันไดก็มีมาก



8. ไฟระเบียง - บริเวณระเบียงบ้าน หรือดาดฟ้า ในทางฮวงจุ้ยถือเป็นจุดรับพลัง ชี่ที่ดี การติดไฟไว้บริเวณระเบียงในเวลากลางคืน จึงเป็นตัวชักนำชี่ที่ดีเข้าสู่บ้านได้



การใช้ดวงไฟในการให้แสงสว่างภายในบ้าน ถ้ารู้จักปรับใช้ให้ถูกกับการใช้สอยของแต่ละห้องแต่ละสถานที่ ก็จะช่วยส่งเสริมให้บ้านหลังนั้น มีฮวงจุ้ยที่ดี เป็นบ้านหยางที่มีชีวิตชีวา




ที่มา : nanapaint.com

การปูพื้นด้วยกระเบื้องเซรามิค

ในปัจจุบัน มีผู้นิยมปูพื้นด้วยกระเบื้องเซรามิคส์มากขึ้นเนื่องจากมีลวดลายต่าง ๆ
มากมายให้ได้เลือกใช้ ตลอดจนหาซื้อได้ง่าย แต่กระเบื้องปูพื้นนั้น นอกจากแฟน ๆ
คนรักบ้านจะต้องพิถีพิถันในการเลือกลวดลายกระเบื้องจนเป็นที่ถูกอกถูกใจแล้ว
สิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน ก็คือจะต้องพิถีพิถันในการเลือกช่างที่จะมาปูกระเบื้อง
ตลอดจนกลเม็ดเทคนิควิธีในการปูกระเบื้องครับ
ซึ่งมีวิธีปฏิบัติเป็นแนวทางในการปูพื้นกระเบื้องเซรามิคส์ดังนี้ครับ
/>
1.ต้องมั่นใจว่าพื้นที่จะปูกระเบื้องนั้นได้ทำความสะอาดเป็นที่เรียบร้อย ไม่มี
คราบฝุ่น น้ำมัน รอยสกปรกติดอยู่ ตลอดจนไม่ลืมตรวจเช็คระดับพื้น
หรือแนวระนาบของผนังที่จะปูถ้าไม่ได้ระดับ หรือระนาบควรตกแต่ง
หรือปรับให้ได้แนวที่ต้องการ

2. พื้นที่ที่จะปูกระเบื้อง
ต้องแห้ง ไม่มีความชื้น หากเป็นพื้นหรือผนังคอนกรีตนั้น
พื้นที่ที่จะปูกระเบื้องได้ต้องทิ้งไว้ให้แห้งหลังการเทพื้นหรือฉาบ
แล้วอย่างน้อยเป็นเวลา 2-3 สัปดาห์
จนแน่ใจว่าพื้นไม่มีความชื้นแล้วจึงเริ่มลงมือปูกระเบื้องได้ครับ
เพราะหากพื้นที่จะปูกระเบื้องมีความชื้นอยู่จะมีผลทำให้แรงยึดกันระหว่าง
พื้นและวัสดุปูพื้นอ่อนลง สำหรับพื้นชั้นล่างที่อยู่ติดพื้นดิน
ควรรองพื้นด้วยแผ่นพลาสติก
และปูนซีเมนต์ผสมทรายที่จะทำการเทพื้นปรับระดับควรผสมน้ำยากันซึม
เพื่อป้องกันความชื้นซึมขึ้นมาตามร่องยาแนว หรือผิวของกระเบื้อง


3. ในการปูกระเบื้อง นั้น ควรเว้นร่องประมาณ 1-3 ม.ม.
เพื่อป้องกันปัญหาการโก่งแอ่นหลังจากการปูและใช้งาน
ในการปูกระเบื้องในปัจจุบันนั้นมีวัสดุประสานอยู่สองชนิดใหญ่ ๆ ด้วยกันคือ
ใช้กาวซีเมนต์ หรือปูนซีเมนต์ตามอัตราส่วน (ยกเว้นการปูกระเบื้องทับพื้นเดิม
ซึ่งควรใช้กาวซีเมนต์ชนิดพิเศษปู
หรือใช้น้ำยาที่ช่วยเพิ่มแรงยึดเกาะผสมกับกาวซีเมนต์ทั่วไป
ไม่ควรใช้ปูนซีเมนต์ผสมทรายเพียงอย่างเดียว) ในการปูพื้นกระเบื้องใหม่
แนะนำให้ใช้ปูนกาวซีเมนต์
เนื่องจากมีความแข็งแรงทนทานสามารถยึดเกาะได้ดีรวมทั้งสะดวกและรวดเร็วกว่า ครับ />

เมื่อเตรียมการเป็นที่เรียบร้อยแล้วจึงปูกระเบื้องโดยเริ่มปูจากแนวที่ติด ผนัง 1
แนว จัดกระเบื้องให้ลงตัว และตีแนวกระเบื้องที่ผนัง
(บรรดาช่างมักจะเรียกกรรมวิธีนี้ว่าตีปักเต๊า)
แล้วปูกระเบื้องจากพื้นขึ้นไปถึงจุดที่จะหยุดกระเบื้อง 1 แถว
เพื่อให้กระเบื้องลงตัวไม่เหลือเศษบนและล่าง
เสร็จแล้วจึงปูกระเบื้องตามแนวที่วางไว้ครับ

4.
เมื่อปูกระเบื้องเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จะต้องทิ้งให้ซีเมนต์แห้งอย่างน้อย 24 ช.ม.
แล้วจึงยาแนวโดยปาดตามแนวเฉียงกับร่องกระเบื้อง เพื่อให้ตัวยาแนว
ลงร่องอย่างสม่ำเสมอ(ข้อสำคัญ คือ ต้องไม่ลืมทำความสะอาดร่องระหว่างกระเบื้อง
ก่อนการยาแนวนะครับ) เมื่อยาแนวเป็นที่เรียบร้อย ก็ควรที่จะต้องทิ้งพื้นที่ดังกล่าว
ไว้ 1 อาทิตย์ก่อนการใช้งาน โดยทำความสะอาดกระเบื้อง หลังจากปุเสร็จแล้ว 24-36
ชั่วโมงและหลังจากพื้นกระเบื้องแห้ง ทำการเช็ดผิวของกระเบื้องอีกครั้ง
ด้วยผ้าสะอาด

ที่มาจาก homeloverthai

โปรแกรมคำนวนกระเบื้องปูพื้น

สามารถคำนวนได้ที่ คลิกลิงค์ http://www.rci.co.th/th/cal/cal_flr.htm

การคำนวนกระเบื้องปูผนัง

การคำนวนกระเบื้องปูผนัง คลิกลิงค์หน้าเว็บ http://www.rci.co.th/th/cal/cal_wll.htm

การเลือกซื้อเครื่องสุขภัณฑ์

เครื่องสุขภัณฑ์ เป็นอุปกรณ์สำคัญภายในห้องน้ำที่
ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้อีกทั้งยังเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่ประดับตกแต่ง
ให้ห้องน้ำภายในบ้านมีความสวยงามด้วย
ในการเลือกซื้อเครื่องสุขภัณฑ์นั้นควรคำนึงถึงการใช้งานเป็นหลัก
เนื่องจากอุปกรณ์ภายในห้องน้ำเป็นอุปกรณ์ที่มีการใช้งานระยะยาว
ต้องมีความคงทนแข็งแรงควบคู่ไปกับการออกแบบที่สวยงามเข้ากับห้องน้ำของ คุณ
เพราะหากเครื่องสุขภัณฑ์ชำรุดบ่อยครั้ง
การซ่อมแซมเปลี่ยนแปลงอาจต้องเสียค่าใช้จ่ายมาก ทำให้สิ้นเปลืองงบประมาณโดยใช่เหตุ
ในการเลือกซื้อโถสุขภัณฑ์นั้นมีการพัฒนาออกมาให้ลดการใช้น้ำลง
จึงช่วยทำให้ประหยัดน้ำได้ถึง 30% ในแต่ละครั้งที่ทำการกดชำระล้าง
นอกจากนี้จะต้องตรวจดูถึงขนาดท่อประปาภายในบ้านที่จะทำการเชื่อมต่อเข้ากับ
โถสุขภัณฑ์ว่ามีขนาดตรงกันหรือไม่ ระยะทางในการวางท่อน้ำทิ้งที่เหมาะสม
อุปกรณ์ประกอบร่วมโถสุขภัณฑ์ที่ช่วยในเรื่องของการกำจัดกลิ่นอันไม่พึง ประสงค์
ก่อนการตัดสินใจซื้อโถสุขภัณฑ์ควรตรวจดูสภาพภายนอกต้องไม่มีร่องรอยแตกร้าว หรือบิ่น
หรือให้ตัวแทนขายผลิตภัณฑ์ห้องน้ำที่มีความเชี่ยวชาญคอยแนะนำและสาธิตการ
ชำระล้างด้วยวิธีต่างๆ เช่น การใส่ทิชชู่ลงไป การใส่เศษผ้าลงไป
และสังเกตดูว่าการชำระล้างเป็นอย่างไรบ้าง
อุปกรณ์ชุดลูกลอยอยู่ในสภาพเรียบร้อยหรือไม่
เพียงเท่านี้คุณก็จะได้เครื่องสุขภัณฑ์ที่มีคุณภาพดีคุ้มค่าในงบประมาณที่
ต้องสูญเสียไป

ข่าวจาก Thaihomemaster .com

หลักในการออกแบบห้องน้ำ

เราสามารถวางแปลนห้องน้ำคร่าวๆ ได้ด้วยการ วาดผังห้องน้ำในสเกลที่เข้ามาตราส่วน
จากนั้นตัดกระดาษเป็นรูปสุขภัณฑ์ต่างๆ แล้วนำมาลองวางดู
และตรวจสอบดูว่าตำแหน่งที่คุณวางสามารถใช้งานได้อย่างคล่องตัวหรือไม่
/> สำหรับห้องน้ำขนาดใหญ่
/> การจะติดตั้งทุกสิ่งลงไปในห้องน้ำขนาดใหญ่ให้ได้ ประโยชน์ใช้สอยสูงสุดต้อง
อาศัย การวางแผนที่ดี เพราะปัญหาส่วนใหญ่คือ
เมื่อจัดวางสุขภัณฑ์แล้วยังคงเกิดพื้นที่ขนาดใหญ่ที่ว่างเปล่ากลางห้อง
นักออกแบบมักจะใช้วิธีดึงอ่างอาบน้ำขึ้นมาเป็นนางเอกของห้อง
โดยการตั้งอ่างอาบน้ำแบบลอยตัวไว้กลางพื้นที่
นอกจากวิธีนี้จะช่วยแก้ความอ้างว้างได้อย่างชะงัดแล้วยังทำให้ห้องดูหรูหรา ขึ้นด้วย
หรือถ้าเตรียมระบบสุขาภิบาลไว้พร้อม
ก็อาจใช้วิธีฝังอ่างอาบน้ำลงในพื้นแทนก็ยังได้

สำหรับห้องน้ำเล็ก />
ในบ้านขนาดเล็กอย่างห้องแถวหรือคอนโดอาจเหลือพื้นที่ห้องน้ำเพียง 2.25
ตรม. ห้องน้ำที่เล็กมากๆ ต้องใช้แรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์สูงขึ้นผสานกับความ
ชำนาญในการจัดวางอย่างประหยัดเนื้อที่จึงจะทำให้ดูมีมิติความกว้างยาวที่มาก ขึ้นได้
เพดานที่สูงมากจะยิ่งทำให้ห้องน้ำเล็กดูแคบลงไปอีก
ความสูงในเกณฑ์มาตรฐานที่ไม่ทำให้ห้องน้ำเล็ก กลายเป็นซอกแคบๆ ควรจะอยู่ที่ ประมาณ
2.2-2.4 เมตร อย่าใช้สีเข้มที่เพดานจะทำให้ดูอึดอัด ควรใช้ฝ้าเพดานที่เป็นสีขาว
เพราะจะทำให้ห้องสว่างขึ้นอาจเพิ่มดวงไฟที่ฝ้าเพดานอีก เพื่อลดความรู้สึกคับแคบลง
สีขาวและสีครีม เป็นสียอดนิยมในห้องน้ำเล็ก
ด้วยความเชื่อว่าจะทำให้ห้องน้ำดูสะอาดและกว้าง
แต่ความจริงสีที่สื่อถึงความสะอาดยังมีอีกหลายสี เช่น
สีเขียวอ่อนสร้างความสดชื่นกระปรี้กระเปร่า เป็นต้น
การวางตำแหน่งแสงสว่างที่ดีจะช่วยให้ห้องน้ำเล็กดูสบายขึ้นมาก
ใช้กระจกเงาขนาดใหญ่แต่งผนังและใช้สีโทนอ่อนที่ช่วยทำให้ห้องดูใหญ่ขึ้น อย่างได้ผล
พยายามเลือกใช้สุขภัณฑ์แบบที่ไม่กินเนื้อที่ แต่อย่าใช้ขนาดเล็กจนเกินมาตรฐาน
ขนาดความกว้างยาวของสุขภัณฑ์ที่เหมาะสมแก่การใช้งาน
จะช่วยให้คุณตัดสินใจซื้อสุขภัณฑ์ได้ง่ายขึ้น

-
พื้นที่สำหรับอ่างอาบน้ำความกว้างน้อยที่ สุดเริ่มตั้งแต่ 75 ซม. ยาวเริ่มที่ 1.7
ม.
- พื้นที่สำหรับฝักบัวยืนอาบไม่ควรเล็กว่า 0.90 x 0.90 ม.
-
ขนาดของถาดอาบน้ำสำเร็จรูปไม่ควรเล็กกว่า 0.90 x 0.90 ม.
-
พื้นที่ติดตั้งชักโครกไม่ควรกว้างน้อย กว่า 0.85 ม.

ประตู
เปิดเข้าออกก็อาจเป็นปัญหาสำหรับห้องน้ำขนาดเล็ก เพราะประตูห้องน้ำที่
เปิดเข้าจะต้องการพื้นที่สำหรับวงสวิง
หากจำเป็นอาจต้องใช้ประตูบานเลื่อนที่ประหยัดเนื้อที่ได้ และถ้าไม่หมดทางเลือกจริงๆ
ไม่แนะนำให้ใช้ประตูห้องน้ำในลักษณะเปิดออก
เพราะทำให้เกิดอุบัติเหตุคนข้างในเปิดประตูฟาดหน้าผู้ที่อยู่หน้าห้องได้
/> บทความจาก : Home Simple

วิธีการเลือกซื้อโถสุขภัณฑ์

ขั้นตอนที่ 1
แบบระบบ WASH OUT- เป็นส้วมราด หรือส้วมนั่ง ยองใช้น้ำตักราดเพื่อชำระล้าง จึงใช้ปริมาณน้ำน้ อย มีข้อเสียในเรื่องของสุขลักษณะ และการดักกลิ ่น

ขั้นตอนที่ 2
ระบบ WASH DOWN- เป็นส้วมชักโครก หรือส้วม นั่งราบชำระล้างโดยการปล่อยน้ำพุ่งลงจากรอบขอ บโถอย่างแรง และมีปริมาณมากพอ

ขั้นตอนที่ 3
ระบบ SIPHONIC WASH DOWN- มีการพัฒนาคอห่านใ ห้โค้งลาด และความยาวท่อมากขึ้น เพื่อให้เกิดก าลักน้ำ (SIPHON)ชำระล้างโดยการปล่อยน้ำพุ่งลง มาอย่างแรงเหมือนระบบ WASH DOWN

ขั้นตอนที่ 4
ระบบ SIPHON JET- มีการปล่อยน้ำเพื่อชำระล้า งจาก 2 ส่วน คือ ปล่อยลงคอห่าน โดยตรง จากรอบ ขอบโถ และปล่อยจากรูที่เจาะไว้ ตรงด้านหน้าส่วน ล่างของโถ พุ่งตรงเข้าคอห่าน ทำให้เกิดกาลักน้ำไ ด้ดีขึ้น เสียงดังน้อยกว่า มีพื้นผิวน้ำในโถมาก กว่า และท่อคอห่านโตกว่า

ขั้นตอนที่ 5
ระบบ SIPHON VORTEX- มีการปล่อยน้ำจาก 2 ส่ว น เช่นกัน คือ จากรอบขอบโถ และจากการไหลผ่านช่อ งน้ำไหลคล้ายท่อที่มีปลายอยู่ใต้ผิวน้ำ มุมของน้ ำที่ออกมาจะเอียงพอที่จะทำให้เกิดการหมุนของน้ำ ทำให้เกิดกาลักน้ำได้ดียิ่งขึ้นเสียงค่อนข้างเ งียบ นิยมทำเป็นโถแบบพิเศษ ราคาสูง ตัวถังชักโค รก หรือหม้อน้ำ มักจะหล่อเป็นชิ้นเดียวกับโถ จึ งเรียก เป็น สุขภัณฑ์ชิ้นเดียว (ONE PIECE TOILET)

ขั้นตอนที่ 6
การเลือกซื้อ- ขึ้นอยู่กับงบประมาณที่มีเป็นหลั ก แบบที่มีระบบชำระล้างที่มีประสิทธิภาพสูง และ ประหยัดน้ำ ราคาก็ต้องสูง แบบพิเศษที่มีขนาดใ หญ่ นั่งสบาย หรือที่มีการออกแบบให้ดูทันสมัย เ ป็นแนวโมเดิร์น ราคาก็จะสูง สีของโถสุขภัณฑ์ ก็ มีส่วนในการกำหนดราคาด้วย ทั้งนี้สีขาว จะราคา ต่ำที่สุด
ขั้นตอนที่ 7
การตรวจสอบ- ทุกครั้งที่ซื้อต้องไม่ลืมตรวจดูว ่า มีอุปกรณ์ภายในหม้อน้ำ พร้อมคู่มือการติดตั้ งอยู่ครบหรือไม่ สี จะต้องเรียบเป็นสีเดียวกัน และไม่มีรอยด่าง และรอยตำหนิต่างๆ
ที่มา HomePro

ราคางานกระจก-อลูมิเนียม


วัตถุประสงค์ของการให้ข้อมูลการประมาณราคา  สำรับการถอดแบบคำนวณราคากลางงานก่อสร้าง
          เพื่อทราบราคาค่าก่อสร้างเบื้องต้นก่อนลงมือก่อสร้างจริง เพื่อจัดเตรียมงบประมาณที่จำเป็นต้องใช้ในงานก่อสร้าง เพื่อตรวจสอบราคาค่าก่อสร้างที่จัดทำโดยผู้รับเหมา ผู้ที่นําราคาวัสดุนี้ไปใช้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ใช้ และควรตรวจสอบราคาจากพาณิชย์จังหวัด (ท้องถิ่น)อีกครั้งหนึ่ง

ข้อสังเกต สเปคอลูมิเนียมที่ใช้ตามท้องตลาด ที่แต่ละร้านคิดราคาต่างกัน อาจมาจากอลูมิเนียมที่ใช้หนาไม่เท่ากันดังนี้1.1มม./1.2(มาตราฐาน)/1.3/1.5
มาตรฐานงานกระจก - อลูมิเนียมทั่วไปที่ใช้บ่อย ๆ มีดังนี้
1. ชุดหน้าต่างบานเลื่อน 2 บานพื้นที่ไม่เกิน 100*120ซ.ม.
ไม่มีช่องแสง / ไม่มีกรอบวงกบ / ไม่มีมุ้งลวด
Set A. อลูมิเนียมสีธรรมดา + กระจกใส ราคาชุดละ 3,500 บาท
Set B. อลูมิเนียมสีชาหรือสีทอง+กระจกสีดำราคาชุดละ4,000 บาท
Set C. อลูมิเนียมสีขาว(อบสี)+กระจกเขียวใสหรือใสราคาชุดละ5,000 บาท
Set D. อลูมิเนียมสีดำ + กระจกใส ราคาชุดละ 4,500 บาท
2.ชุดหน้าต่างบานเลื่อน 4 บานพื้นที่ไม่เกิน 110*200 ซ.ม.
ไม่มีช่องแสง/ ไม่มีกรอบวงกบ / ไม่มีมุ้งลวด
Set A. อลูมิเนียมสีธรรมดา + กระจกใส ราคาชุดละ 5,000บาท
Set B. อลูมิเนียมสีชาหรือสีทอง+กระจกสีดำราคาชุดละ 5,500บาท
Set C. อลูมิเนียมสีขาว(อบสี)+กระจกเขียวใสหรือใสราคาชุดละ 6,500บาท
Set D. อลูมิเนียมสีดำ + กระจกใส ราคาชุดละ 6,000บาท
3.ชุดประตูบานเลื่อน (ล้อล่าง) 2 บานพื้นที่ไม่เกิน200*150ซ.ม.
ไม่มีช่องแสง/ ไม่มีกรอบวงกบ / ไม่มีมุ้งลวด
Set A. อลูมิเนียมสีธรรมดา + กระจกใส ราคาชุดละ 5,500บาท
Set B. อลูมิเนียมสีชาหรือสีทอง+กระจกสีดำราคาชุดละ 6,500บาท
Set C. อลูมิเนียมสีขาว(อบสี)+กระจกเขียวใสหรือใสราคาชุดละ 8,500บาท
Set D. อลูมิเนียมสีดำ + กระจกใส ราคาชุดละ 7,500บาท

กระจกมีหลายชนิดแน่นอน แต่หากเราจะแบ่งความแข็งแรงของกระจกเพื่อการใช้งานให้ถูกที่ และไม่บินลงมา ทำอันตราย
ก็น่าจะแบ่งออกได้เป็น 4 ชนิด คือ
 1. กระจกธรรมดา หรือ ที่เรียกภาษาเทคนิคว่า Anneal Glass เวลาแตกจะเป็นปากปลาฉลาม ซึ่งอันตราย แต่ยังโชคดี ที่รอยแตกจะวิ่งเข้าสู่กรอบ ทำให้ส่วนใหญ่ ยังไม่หล่นลงมาโดยทันทีทันใด มองจากภายนอกไม่เป็นลอนดูเรียบสวยงาม
 2. กระจก Tempered คือ เอากระจกธรรมดามาทำให้ร้อนเกือบหลอมละลายใหม่ แล้วทำให้เย็น จะเป็นการ เพิ่มความแข็งแรง เวลาแตกจะแตกกระจายเป็นเม็ดเล็ก ๆ ไม่เป็นอันตรายมาก แต่จะไม่มีรอยแยกวิ่งเข้ากรอบ ทำให้เมื่อแตกแล้วจะร่วงหล่นลงมาทันที ดูจากภายนอกจะเป็นลอนเล็กน้อย จึงดูหลอกตา ในบางมุมมอง
 3. กระจก Heat Strengthen จะ คล้ายกับกระจกสองอย่างแรกปนกัน โดยนำกระจกธรรมดามาให้ความร้อน (แต่ไม่ถึงขนาด Tempered Glass) จึงมีความแข็งแรงมากขึ้น (ไม่เท่ากับ Tempered) เวลาแตกจะแตกแบบ Float มองดูภายนอกเป็นลอนบ้างบางครั้ง แต่ไม่มาก
 4. กระจก Laminated ซึ่ง ความจริงไม่น่าจะนำมาเปรียบเทียบกับกระจกทั้ง 3 อย่างแรก เพราะไม่ใช่แตกต่างกัน ที่วิธีการผลิต แต่เป็นการเอากระจก (อะไรก็ได้) มารีด ประกบติดกัน ด้วยแผ่นฟิล์ม ทำให้เกิด ความแข็งแรงมากขึ้น เวลาแตก.. แผ่นฟิล์มจะทำหน้าที่ยึดติด ไม่ให้ร่วงหล่นลงมาได้
       จากกระจกที่แบ่งตามความแข็งแรงในการ ใช้ดังกล่าวข้างต้น ก็อาจจะแยกกระจก ออกเป็นไปตาม ความสวยงาม หรือผ่านวิธีกรรมอื่น ๆ ได้อีกต่อไป เช่นทำให้ออกมา เป็นกระจกกรองแสง กระจก สะท้อนแสง กระจกเงา ฯลฯ …. แต่นั่นคงไม่ใช่ ความทำเป็นกระจกตัดแสง กระจกสะท้อนแสง หรือกระจกเงาได้ไม่ยากนัก

    ที่มา http://www.tortermban.com


    home page: http://baanthaidd.blogspot.com/
    Tags:เรารับออกแบบบ,ออกแบบบ้าน, แบบบ้านชั้นเดียว, แบบแปลนบ้าน, บ้านออกแบบ, บ้าน แปลน, ฟรีแบบบ้าน, แบบบ้านสวย, แบบบ้านสองชั้น, บ้านราคา,เรารับออกแบบบ้าน, ขายแบบบ้าน, แบบต่างๆ สไตล์ต่างๆ หลากหลายแบบ, แบบบ้านสำเร็จ, แบบบ้านสวย, แบบบ้าน 2 ชั้น, แปลนบ้านชั้นเดียว, แบบบ้านชั้นเดียว, แบบบ้านไม้, แบบบ้านทรงไทย, แบบบ้านชั้นครึ่ง, แบบบ้านรีสอร์ท, บ้านและสวน, แบบบ้านฟรี, แบบบ้านราคาประหยัด, แบบบ้านราคาถูก, แบบบ้านประหยัดพลังงาน, แบบบ้านเรือนไทย, แบบบ้าน,แบบบ้านไม้ชั้นเดียว, แบบบ้าน2ชั้น, ออกแบบตกแต่งภายใน, อาคารพานิชย์, หรืออาคารต่างๆ,รับสร้างบ้าน, ตกแต่งภายใน, รับเหมาต่อเติม,ออกแบบโรงงาน,รื้อ บ้าน

    ผนังเบา(ยิปซั่ม) ราคาค่าใช้จ่าย?

    - ผนังเบา ยิบซั่มฉาบเรียบ โครงซีไลน์ (ไม่รวมค่ากลิ้งสี) เริ่มต้นที่ 100 ตรม. ราคา ตรม. ละ 525 บาท - 500 ตรม. ขึ้นไป ราคา ตรม.ละ 470 บาท
    - ฝ้ายิบซั่มฉาบเรียบ (ไม่รวมค่ากลิ้งสี) เริ่มต้นที่ 100 ตรม. ราคา ตรม. ละ 290 บาท - 500 ตรม.ขึ้นไป ราคา ตรม. ละ 260 บาท
    - หลุมฝ้ายิบซั่มฉาบเรียบ (ไม่รวมค่ากลิ้งสี) เริ่มต้นที่ 100 ตรม. ราคา ตรม.ละ 120 บาท - 500 ตรม.ขึ้นไป ราคา ตรม. ละ 120 บาท
    - ฝ้ายิบซั่ม ที-บาร์ (ไม่รวมค่ากลิ้งสี) เริ่มต้นที่ 100 ตรม. ราคา ตรม. ละ 260 บาท - 500 ตรม.ขึ้นไป ราคา ตรม.ละ 210 บาท

    งานผนังเบาโครงซีไลน์ สังกะสี แผ่นยิปซั่มตราช้าง 9 มม. ไม่รวมทาสี 1 ตร.ม. คือ 2 หน้า เฉพาะผนังตรง ( ราคานี้ไม่รวมผนังโค้ง ผนังหักมุมหรือมีรอยต่อเยอะ ) ความสูงไม่เกิน 4 เมตร
    ผนังเบา คือผนังที่ทำขึ้นโดยไม่ต้องมีคานรองรับใต้พื้น เป็นวัสดุเบาๆ มีน้ำหนัก 30-40 กิโลกรัมต่อตารางเมตร นิยมใช้ทั้ง ภายในและภายนอกอาคาร ตัวอย่างเช่น ผนังอีเตอร์แพน บอร์ด อีเตอร์แพน บอร์ด เป็นไฟเบอร์ซีเมนต์บอร์ด ใช้งานได้หลากหลาย เช่น ผนังภายนอกใช้ความหนาที่ 6, 7.5, 9 และ 12 มม. ตามแต่ละสภาพของงาน สามารถตัดแผ่นให้ได้ขนาดที่ต้องการ เว้นรอยต่อ 3-5 มม. รอยต่อใช้โพลียูริเทนยาแนว ก็จะเป็น ผนังเบาที่สวยงามได้ หรืองานผนังภายใน สามารถใช้ความหนาที่ 5.5, 6, 7.5 และ 9 มม. ตีชิดฉาบเรียบด้วยผงยิบซั่มและปลาสเตอร์ ไม่ต้อง เว้นรอยต่อระหว่างแผ่นเรียบสนิทไร้ร่องรอย เก็บหัวสกรูได้สวยงาม เป็นทั้งผนังเก็บเสียง กันไฟปลอดภัยจากมอก ปลวก และ เชื้อรา นอกจาก แผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์บอร์ดแล้ว ยังมีวัสดุแผ่นอีกหลายชนิดในท้องตลาด เช่น ยิบซั่มบอร์ด ไม้อัด กระเบื้องแผ่น เรียบ สามารถเลือกใช้ได้โดยไม่ต้องทำคานรองรับใต้พื้น การจะใช้วัสดุอะไร ขอให้ดูข้อมูลวัสดุนั้นๆ ว่ากันปลวก กันมอด กันน้ำ ได้ดีเพียงใด การยึดโยงติดตั้งทำอย่างไร มีความคงทนได้ดีเพียงใด เพื่อนำมาพิจารณาประกอบการตัดสินใจในการเลือกใช้ วัสดุนั้นๆ กับบ้านคุณ
    ที่มา http://th.answers.yahoo.com

    วัตถุประสงค์ของการให้ข้อมูลการประมาณราคา  สำรับการถอดแบบคำนวณราคากลางงานก่อสร้าง
              เพื่อทราบราคาค่าก่อสร้างเบื้องต้นก่อนลงมือก่อสร้างจริง เพื่อจัดเตรียมงบประมาณที่จำเป็นต้องใช้ในงานก่อสร้าง เพื่อตรวจสอบราคาค่าก่อสร้างที่จัดทำโดยผู้รับเหมา ผู้ที่นําราคาวัสดุนี้ไปใช้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ใช้ และควรตรวจสอบราคาจากพาณิชย์จังหวัด (ท้องถิ่น)อีกครั้งหนึ่ง

      home page: http://baanthaidd.blogspot.com/
    Tags:เรารับออกแบบบ,ออกแบบบ้าน, แบบบ้านชั้นเดียว, แบบแปลนบ้าน, บ้านออกแบบ, บ้าน แปลน, ฟรีแบบบ้าน, แบบบ้านสวย, แบบบ้านสองชั้น, บ้านราคา,เรารับออกแบบบ้าน, ขายแบบบ้าน, แบบต่างๆ สไตล์ต่างๆ หลากหลายแบบ, แบบบ้านสำเร็จ, แบบบ้านสวย, แบบบ้าน 2 ชั้น, แปลนบ้านชั้นเดียว, แบบบ้านชั้นเดียว, แบบบ้านไม้, แบบบ้านทรงไทย, แบบบ้านชั้นครึ่ง, แบบบ้านรีสอร์ท, บ้านและสวน, แบบบ้านฟรี, แบบบ้านราคาประหยัด, แบบบ้านราคาถูก, แบบบ้านประหยัดพลังงาน, แบบบ้านเรือนไทย, แบบบ้าน,แบบบ้านไม้ชั้นเดียว, แบบบ้าน2ชั้น, ออกแบบตกแต่งภายใน, อาคารพานิชย์, หรืออาคารต่างๆ,รับสร้างบ้าน, ตกแต่งภายใน, รับเหมาต่อเติม,ออกแบบโรงงาน,รื้อ บ้าน

    ผนังก่ออิฐฉาบปูน ราคาเท่าไหร่

    เอาตามประสบการณ์ที่ทำมาเวลาคิดงานประมาณราคาผนังที่เราระบุลงในแบบว่า เป็นผนังก่ออิฐฉาบปูนทาสี จะแยกเป็น

    -งานก่ออิฐมอญ จะครึ่งแผ่นหรือเต็มแผ่นก็ว่าไปคิดเป็นตารางเมตรที่ก่อ

    -งานฉาบปูน(คิดเป็นตารางเมตรเหมือนกันบางผนังก็ฉาบ 2ด้านบางผนังก็ฉาบด้านเดียว จึงควรแยกออกจากงานก่อ)

    -งานเสาเอ็น-ทับหลัง(คิดเป็นเมตร เช่นก่อผนังสูง3เมตรก็ต้องมีทับหลังครึ่งหนึ่งและคิดโดยรอบช่องเปิดประตู-หน้าต่าง

    -งานทาสี

    เอาราคางาน 4 อย่างแยกเป็นค่าของค่าแรง นะครับ

    งานก่ออิฐมอญครึ่งแผ่น ค่าของ 180-190 ค่าแรง 70-80

    งานฉาบปูน (หนา1.5ซม.) ค่าของ 60-70 ค่าแรง 70-80

    เอ็น คส.ล. ขนาด 0.10 x 0.10 ม. ค่าของ 180-200 ค่าแรง 35-40

    งานทาสี (แล้วแต่เกรดสี) ค่าของ 40-60 ค่าแรง 35-40

    ก็ตกราวๆ 670-760 บาทต่อตารางเมตร แต่ถ้าผนังนั้นฉาบปูน 2 ด้านแน่ๆก็บวกไปอีก 130-150 ถ้าทาสี 2ด้านบวกอีก 75-100

    ที่มา http://www.asa.or.th
    วัตถุประสงค์ของการให้ข้อมูลการประมาณราคา  สำรับการถอดแบบคำนวณราคากลางงานก่อสร้าง
              เพื่อทราบราคาค่าก่อสร้างเบื้องต้นก่อนลงมือก่อสร้างจริง เพื่อจัดเตรียมงบประมาณที่จำเป็นต้องใช้ในงานก่อสร้าง เพื่อตรวจสอบราคาค่าก่อสร้างที่จัดทำโดยผู้รับเหมา ผู้ที่นําราคาวัสดุนี้ไปใช้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ใช้ และควรตรวจสอบราคาจากพาณิชย์จังหวัด (ท้องถิ่น)อีกครั้งหนึ่ง
    home page: http://baanthaidd.blogspot.com/
    Tags:เรารับออกแบบบ,ออกแบบบ้าน, แบบบ้านชั้นเดียว, แบบแปลนบ้าน, บ้านออกแบบ, บ้าน แปลน, ฟรีแบบบ้าน, แบบบ้านสวย, แบบบ้านสองชั้น, บ้านราคา,เรารับออกแบบบ้าน, ขายแบบบ้าน, แบบต่างๆ สไตล์ต่างๆ หลากหลายแบบ, แบบบ้านสำเร็จ, แบบบ้านสวย, แบบบ้าน 2 ชั้น, แปลนบ้านชั้นเดียว, แบบบ้านชั้นเดียว, แบบบ้านไม้, แบบบ้านทรงไทย, แบบบ้านชั้นครึ่ง, แบบบ้านรีสอร์ท, บ้านและสวน, แบบบ้านฟรี, แบบบ้านราคาประหยัด, แบบบ้านราคาถูก, แบบบ้านประหยัดพลังงาน, แบบบ้านเรือนไทย, แบบบ้าน,แบบบ้านไม้ชั้นเดียว, แบบบ้าน2ชั้น, ออกแบบตกแต่งภายใน, อาคารพานิชย์, หรืออาคารต่างๆ,รับสร้างบ้าน, ตกแต่งภายใน, รับเหมาต่อเติม,ออกแบบโรงงาน,รื้อ บ้าน

    ผู้ควบคุมงานก่อสร้าง จะกระทำโดยผู้ใดได้บ้าง

    ผู้ควบคุมงาน จะกระทำโดยผู้ใดได้บ้างนั้น การพิจารณาต้องพิจารณาจากกฎหมาย ๓ ฉบับ คือ:-
    • ๑. พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒
    • ๒. กฎกระทรวงกำหนดวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุม พ.ศ. ๒๕๔๙ ออกตามพระราชบัญญัติสถาปนิก พ.ศ. ๒๕๔๓
    • ๓. กฎกระทรวงกำหนดสาขาวิชาชีพวิศวกรรมและวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม พ.ศ. ๒๕๕๐ ออกตามพระราชบัญญัติวิศวกร พ.ศ. ๒๕๔๒
    ๑.พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ แก้ไขโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕
    มาตรา ๒๙ วรรคสอง บัญญัติว่า:- ผู้ควบคุมงานจะเป็นบุคคลใดหรือเป็นเจ้าของอาคารก็ได้ เว้นแต่จะเป็นการต้องห้ามตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพวิศวกรรมหรือกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพสถาปัตยกรรม
    พิจารณาแล้วจะเห็นได้ว่า:- การควบคุมงานตามพ.ร.บ.ควบคุมอาคารฯ นั้น โดยปกติแล้ว จะเป็นผู้ใดก็ได้ เช่น ผู้รับเหมา วิศวกร สถาปนิก ฯลฯ หรือเจ้าของอาคารจะเป็นผู้ควบคุมงานด้วยตนเองก็ย่อมได้ ทั้งนี้ เว้นแต่กรณีเข้าข่ายควบคุม(ต้องห้าม)ตามพ.ร.บ.สถาปนิกฯ หรือ พ.ร.บ.วิศวกรฯ จะต้องให้สถาปนิกหรือ วิศวกรในแต่ละสาขาและระดับควบคุมเท่านั้น ดังนั้น เรามาดูกฎหมายของสถาปนิกกับวิศวกร กันดูนะครับว่าบัญญัติไว้อย่างไรบ้าง
    ๒.กฎกระทรวง กำหนดวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุม พ.ศ. ๒๕๔๙ บัญญัติว่า:-
    ข้อ ๒ วิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุม ได้แก่ วิชาชีพสถาปัตยกรรมในสาขา ดังต่อไปนี้ (๑) สาขาสถาปัตยกรรมหลัก ในงานตามข้อ ๓ ยกเว้นการออกแบบ วางผังอาคารที่อยู่อาศัยส่วนบุคคลพื้นที่รวมกันไม่เกิน ๑๕๐ ตารางเมตร หรืออาคารเพื่อการเกษตรพื้นที่ไม่เกิน ๔๐๐ ตารางเมตร
    ข้อ ๓ งานในวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมแต่ละสาขา มีดังต่อไปนี้ (๓) งานบริหารและอำนวยการก่อสร้าง หมายถึง... การควบคุมการก่อสร้าง...
    พิจารณาแล้วจะเห็นได้ว่า:- การควบคุมการก่อสร้าง นั้น เข้าข่ายเป็นงานในวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมทุกประเภท ทุกขนาด ครับ รายละเอียด ตามข้อ ๓ ของกฎกระทรวงฯ ส่วนกรณีข้อยกเว้นตามข้อ ๒ นั้น:- หลักกฎหมายมีอยู่ว่า ข้อยกเว้นในกฎหมาย การตีความ ต้องตีความโดยเคร่งครัด พิจารณาจากข้อ๒ แล้ว จะเห็นได้ว่า:- กฎหมายใช้คำว่า ยกเว้น การออกแบบวางผังอาคาร เท่านั้น การควบคุมงานไม่มีการยกเว้นแต่อย่างใด ดังนั้น แม้จะเป็นอาคารพักอาศัยพื้นที่ไม่เกิน ๑๕๐ ตารางเมตร ซึ่งได้รับการยกเว้นไม่ต้องใช้สถาปนิกเป็นผู้ออกแบบ
    ๓.ข้อบังคับสภาวิศวกรว่าด้วยหลักเกณฑ์และคุณสมบัติของผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมแต่ละระดับสาขาวิศวกรรมโยธาพ.ศ. ๒๕๕๑บัญญัติว่า:-
    ข้อ ๖ ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม สาขาวิศวกรรมโยธาระดับภาคีวิศวกร ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม สาขาวิศวกรรมโยธา ได้เฉพาะงาน ประเภทและขนาดดังนี้
    (๑) งานออกแบบและคำนวณ..............
    (๒) งานควบคุมการสร้างหรือการผลิต
    (ก) อาคารที่มีความสูงไม่เกิน ๘ ชั้น
    (ข) อาคารสาธารณะที่มีความสูงไม่เกิน ๘ ชั้น
    พิจารณาแล้วจะเห็นได้ว่า:- อาคารทุกขนาดเข้าข่ายเป็นอาคารควบคุมตาม กฎกระทรวงที่ออกตาม พ.ร.บ.วิศวกรฯ โดยผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม สาขาวิศวกรรมโยธาระดับภาคีวิศวกร ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม สาขาวิศวกรรมโยธา ได้เฉพาะงาน ประเภทและขนาดดังนี้
    (๒) งานควบคุมการสร้างหรือการผลิต
    (ก) อาคารที่มีความสูงไม่เกิน ๘ ชั้น (อาคารของเราสูงเพียง 2 ชั้น แต่ละชั้นสูงถึง 4 เมตร และไม่มีช่วงคานใดถึง 5 เมตรเลย)
    สรุปได้ว่า:- อาคารพักอาศัย สองชั้น พื้นที่ ๓๐๐ ตารางเมตร เจ้าของอาคารเป็นผู้ควบคุมงานเองไม่ได้ครับ อย่างน้อยต้องมีสถาปนิกเป็นผู้ควบคุม หรือ ต้องมีวิศวกรควบคุมงาน คนใดคนหนึ่ง ก็ได้
    ที่มา http://www.asa.or.th

    รับออกแบบอาคารตามหลักฮวงจุ้ย โทร 0867431141